Category: bunny white collagen

bunny white collagen อยากมีผิวเนียนใสไม่ใช่เรื่องยาก แค่คุณหมั่นใส่ใจและดูแลผิว

Published / by admin

bunny white collagen อยากมีผิวเนียนใสไม่ใช่เรื่องยาก แค่คุณหมั่นใส่ใจและดูแลผิวของตัวเองอยู่เสมอ คุณก็จะได้ผิวที่ขาวเนียนใสอย่างที่ตั้งใจแน่นอน นอกจากนี้อย่าลืมปกป้องตัวเองจากแสงแดดอยู่เสมอ เพราะแสงแดดเป็นตัวการร้ายที่ทำลายผิวพรรณของเราให้ดูหม่นหมองและคล้ำเสียมากที่สุด โดยสามารถทำได้ด้วยการทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ใส่หมวกหรือสวมเสื้อผ้าที่สามารถปกป้องผิวได้อย่างมิดชิด รวมถึงอาจจะพกร่มไปด้วยในวันที่แดดร้อนจัด หากทำได้ดังนี้ ผิวของคุณก็จะมีสุขภาพผิวที่ดียิ่งขึ้นและดูเรียบเนียนขาวกระจ่างใสจนใครๆ ก็ต้องอิจฉากันเลยทีเดียว เห็นไหมว่าการจะมีผิวสวยได้นั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย อยากมีผิวเนียนสวย กระจ่างใสดุจมีออร่าเหมือนคนญี่ปุ่น กล้าท้าแดด ท้าลมได้อย่างไม่กลัวผิวเสีย ฟังทางนี้ !! “ไทยรัฐออนไลน์” ขอเผย 10 เคล็ดลับ สร้างมิติผิวสวยใสได้ง่ายๆ แบบฉบับสาวญี่ปุ่นยุคใหม่ ให้คุณได้อินกันเต็มที่…โดดเด่นจนใครๆ อิจฉา รับประกันความเวิร์กแน่นอน bunny white collagen.

bunny white collagen

bunny white collagen 1. สาวญี่ปุ่นไม่ว่าจะแต่งหน้าสไตล์ไหนก็ขอโชว์ผิวใสๆ ไว้ก่อน เพราะฉะนั้นทุกเช้าคนญี่ปุ่นจึงดื่มน้ำอุ่น 4 แก้ว เพื่อดีท็อกซ์ร่างกายให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และยังเรียกความสดชื่นให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี บันนี่ไวท์ คอลลาเจน
น้ำเปล่า

2. พบว่าคนญี่ปุ่นแทบจะ 99% โดยเฉพาะผู้หญิง มีใบหน้าใสแบบเด็กๆ จนเดาอายุกันไม่ถูกเลยทีเดียว นั่นเพราะคนญี่ปุ่นให้เวลาและใส่ใจกับการเช็ดเครื่องสำอางมากๆ เพราะสิ่งตกค้างจะทำให้รูขุมขนอุดตันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ และเมื่อสะสมไปนานๆ จะทำให้ใบหน้าเกิดริ้วรอยก่อนวัย สาวญี่ปุ่นจึงต้องพิถีพิถันเรื่องแต่งหน้าและการล้างเครื่องสำอางเป็นพิเศษ bunny white collagen

3. สูตรผิวใสแบบญี่ปุ่น ฝานมะเขือเทศหนาๆ 1 ชิ้น มาถูทั่วใบหน้าและลำคอเบาๆ (ต้องล้างหน้าให้สะอาดก่อนนะ) ถูเน้นบริเวณที่มีสิวเสี้ยนประมาณ 5-10 นาที ให้รู้สึกว่าบริเวณที่ถูนั้นลื่นๆ และเรียบเนียน จากนั้นใช้น้ำเย็นล้างหน้าให้สะอาด วิตามินซีและกรด AHA ในมะเขือเทศ จะช่วยลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกและกำจัดสิวเสี้ยนต่างๆ ไม่ให้อุดตันที่เป็นบ่อเกิดให้รูขุมขนกว้างขึ้น
ฝานมะเขือเทศถูใบหน้าและลำคอ

4. สาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ (เหมือนบ้านเรานั่นแหละ) เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตาและดวงตาอ่อนล้า จึงต้องทาอายครีมเป็นประจำและมาส์กสัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้ดวงตาชุ่มชื่น มีน้ำมีนวล และดูอิ่มเอิบมากขึ้น วิธีนี้ช่วยแก้ไขได้ดีนักแล…

5. วิธีดีท็อกซ์ง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น เพียงนอนแช่ในน้ำอุ่นสัก 10 นาที รูขุมขนจะเปิดกว้างพร้อมขับของเสียสิ่งสกปรกต่างๆ ออกมากับเหงื่อ (อย่างเช่น ขี้ไคล) และยังช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง มีเลือดฝาดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ดีท็อกซ์สไตล์ญี่ปุ่น

6. แทบไม่มีสาวญี่ปุ่นคนไหนที่ไม่กันคิ้ว เพราะการกันคิ้วจะทำให้ช่วงตาดูสดใส เปล่งประกายขึ้น เคล็ดลับในการกันคิ้วคือ ควรกันคิ้วหลังล้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่ขนคิ้วอ่อนนุ่มและกันคิ้วเฉพาะด้านล่างเท่านั้น เพราะการกันคิ้วด้านบนจะทำให้ใบหน้าดูเศร้า ไม่เชื่อ…ลองดูสิ !

7. เดี๋ยวนี้สาวญี่ปุ่นนิยมอาบแดดไม่แพ้ฝรั่ง หลังจากโดนแดดเผามาทั้งวันจึงทำให้ผิวตัวดูคล้ำขึ้น ขอแนะนำให้เอาสตรอเบอร์รี่มาปั่นพอหยาบๆ ผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติพอกไว้ตามร่างกายประมาณ 15 – 30 นาที แล้วล้างออก จะช่วยให้ผิวดูเนียนใสขึ้นเยอะเลยล่ะ (แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผิวขาวขึ้นมากหลังจากที่โดนแดดเผามาทั้งวันหรอกนะ)
สตรอเบอร์รี่ (นำมาปั่น)

โยเกิร์ตธรรมชาติ

8. เคล็ดลับสุขภาพดี เผยผิวดีจากภายในอยู่ที่การเลือกรับประทานอาหารที่รสไม่จัด รับประทานโปรตีนอย่างปลาและอาหารที่ทำจากถั่วเหลือง เช่น ซอสถั่วเหลือง เต้าหู้

9. คนญี่ปุ่นส่วนมากขัดผิวสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง นอกจากช่วยให้ผิวสะอาดเนียนนุ่มแล้ว ยังช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของน้ำเหลือง ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายเพิ่มขึ้นด้วย แต่ข้อระวังคืออย่าขัดผิวทุกวันหรือมากเกินสัปดาห์ละ 4 ครั้ง เพราะแทนที่ผิวจะนุ่มเรียบเนียน จะกลับเป็นแห้งกร้านเอาได้ เนื่องจากไม่มีเซลล์ผิวมาป้องกัน !
ดื่มชาร้อนช่วยเผาผลาญ

10. การดื่มชาร้อนที่ไม่ร้อนจัดเป็นประจำ จะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินให้เป็นพลังงาน ลดคอเรสเตอรอล และช่วยขับสารพิษที่สะสมอยู่ในร่างกาย แถมยังช่วยลดอัตราการเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง วิธีนี้เลิศเว่อร์…เหมือนทำดีท็อกซ์ไปในตัวและไม่มีปัญหาไขมันส่วนเกินมาคอยกวนใจ

อยากหน้าใส ผิวเนียนละเอียด ไร้รูขุมขน แบบผิวดารานางแบบ ทำยังไง ?
ปัจจัยใดบ้าง ที่ทำให้ผิวเราดูละเอียด เรียบเนียน ?
– รูขุมขนเล็ก
– สภาพผิวเรียบเนียน
– ผิวมีความชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน
– สีผิวสม่ำเสมอไร้จุดด่างดำ
– ผิวมีน้ำมีนวล เปล่งปลั่งสุขภาพดี เปล่งประกายอมชมพู
คนที่รูขุมขนเล็กละเอียด มักจะมีสภาพผิวธรรมดา-แห้ง คนที่มีสภาพผิวธรรมดาถือว่าโชคดีที่สุด เพราะผิวมีความมันปกติ และไม่แห้งจนเกินไป จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องสิวหรือริ้วรอย น่าอิจฉาจัง! แต่คนที่รูขุมขนกว้าง มีกระฝ้า หรือ เป็นสิวง่าย ก็ไม่ต้องน้อยใจไปค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้มีผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี ที่ช่วยแก้ปัญหาอย่างได้ผลน่าพึงพอใจมากทีเดียว
รูขุมขนกว้าง?
– สามารถดูแลได้ที่บ้าน ด้วยการผลัดเซลล์ผิว ไม่ว่าจะด้วยการ สครับผิวเบาๆ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่รุนแรงต่อผิว หรือใช้ครีมที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้อ่อนๆ ก็ช่วยได้เช่นกัน
– การทำทรีตเมนต์ที่มีการผลัดเซลล์ผิวด้วยเคมี การกรอผิว ใช้เลเซอร์เพื่อผลัดผิวด้านบน (Epidermis) ออกไป เพื่อหวังผลให้ผิวรักษาตัวเอง และสร้างเซลล์ผิวใหม่มาแทนที่ ที่ใส และ เรียบเนียน ขึ้น
วิธีพวกนี้เป็นการผลัดเซลล์ผิวชนิดรุนแรง ช่วยทำให้ผิวดูละเอียดเรียบเนียนขึ้นได้ แต่มี downtime คือต้องดูแลรักษาตัวค่อนข้างนาน ต้องหลบแดดและแสงไฟอย่างจริงจัง bunny white collagen และผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ถาวร โดยส่วนตัวแล้ว หมอหญิงก็ไม่ค่อยปลื้มกับการดูแลด้วยวิธีเหล่านี้ เพราะ ผลลัพธ์ที่ได้ ไม่มีประสิทธิภาพมากพอ และยังทำให้ผิวเซ้นซิทีฟต่อแสงและสิ่งเร้าต่างๆ ทั้งเครื่องสำอาง ครีมบำรุง ฝุ่น น้ำ, etc. ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา ทั้งสิว จุดด่างดำ ฝ้า กระ และ ริ้วรอย
– การกระตุ้นคอลลาเจนจากผิวชั้นคอลลาเจนโดยตรง ทำได้โดย
+ ใช้เลเซอร์ Long Pulse ND:YAG : 1064 nm, 20 ns วิธีนี้จะทำให้ผิวเรียบเนียนใสโกลวขึ้น หลังทำจะมีการเซ้นซิทีฟต่อแสงน้อยกว่าการผลัดเซลล์ผิวชั้นบน หลังทำควรหลบแดดจัดเป็นเวลา1-2สัปดาห์ และใช้กันแดดที่มีประสิทธิภาพ
+ การเติม Hyaluronic Acid (HA) ทั่วใบหน้า ร่วมกับการทำเลเซอร์ Long Pulse ND:YAG : 1064 nm, 20 ns
หรือถ้ารูขุมขนกว้างเฉพาะบางจุด การเติม HA ร่วมกับเทคนิคเฉพาะของแพทย์ ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้เช่นกัน โดยไม่ต้องใช้เลเซอร์ วิธีนี้จะช่วยให้ผิวอิ่มฟู และชุ่มชื้นขึ้นด้วย
+ Thread vein ด้วยเทคนิค Rejuvenation ในชั้น Dermis หรือการร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนโดยตรง วิธีนี้ในกรณีที่มีหลุมสิว สามารถทำให้เรียบเนียนขึ้นได้ด้วย แต่ต้องอาศัยความชำนาญอย่างสูงของแพทย์ เพราะต้องทำในชั้นผิวที่ถูกต้อง ถ้าลึกเกินไปก็จะไม่เห็นผล แต่ถ้าตื้นเกินไปอาจทำให้เกิด lumps หรือผิวไม่เรียบ เนื่องจากหลังจากการร้อยไหม ผิวจะสร้างคอลลาเจน(พังผืด) มาเกาะกับไหม เมื่อไหมอยู่ในชั้นที่ตื้นเกินไป ผิวที่สร้างใหม่จึงอยู่ในชั้นที่ตื้นเกินไปด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดผิวที่ไม่เรียบเนียน
เมื่อผิวเรียบเนียนขึ้นแล้ว ทำอย่างไรผิวจะดูเปล่งปลั่งสดใส ?
“ผิวต้องมีความชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน”
– ดูแลได้ด้วยวิธีมาสก์ อาจใช้มาสก์ชีท ที่ให้ความชุ่มชื้นสูง เช่น ที่มีส่วนผสมของว่านหางจรเข้ หรือ ไฮยาลูรอนนิก สามารถหาซื้อได้ทั่วไป แต่ควรระวังเรื่องของแอลกอฮอลล์ในส่วนผสม เพราะถ้ามากเกินไป อาจยิ่งทำให้ผิวแห้ง หรือน้ำหอม ที่อาจทำใหเแพ้ได้ ถ้าผิวแห้งมาก สำหรับhome use หมอแนะนำ ว่านหางจรเข้ 100% หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปค่ะ
– ใช้ครีมบำรุงที่เติมน้ำให้ผิวเป็นประจำ ชนิดที่มีความชุ่มชื้นสูง แต่ไม่ทำให้เกิดความมันส่วนเกิน
– ผลักวิตามิน ที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์เยอะๆ เพื่อต่อต้านริ้วรอยและจุดด่างดำ ไม่แนะนำวิตามินที่เน้นผลัดเซลล์ผิวมากจนเกินไป หรือมีไวเทนนิ่งหลายชนิด เพราะอาจทำให้ผิวบอบบาง และแพ้ได้
– ดื่มน้ำวันละ 1-2 ลิตร (แล้วแต่น้ำหนักตัวด้วย) ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทานผักผลไม้ ถ้าทำได้อย่างเป็นกิจวัตร วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลและประหยัดด้วยค่ะ 🙂
ส่วนจุดด่างดำ ?
– จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหลบแดดแรงๆ เพราะนอกจากรังสี UV จะทำให้เกิดจุดด่างดำแล้ว ยังทำให้ผิวแก่กว่าวัยด้วย
แต่ถ้าจำเป็นต้องออกแดด เจอแสงไฟ ทำงานกลางแจ้งจริงๆ จำเป็นต้องใช้กันแดดประสิทธิภาพสูงนะคะ กันแดดดีๆจะช่วยให้คุณคงความอ่อนเยาว์ได้นานเลยค่ะ
– หากไปเจอแสงแดดหรือความร้อนมาแล้ว การปลอบประโลมผิวด้วยการมาสก์ หรือผลักวิตามิน ก็จะช่วยได้ค่ะ
ใครสะดวกวิธีไหนก็เลือกใช้กันนะคะ สิ่งสำคัญที่สุดที่ควรทำเพื่อผิวพรรณที่มีสุขภาพดีคือ การทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจด รักษาค่า PH Balance ให้มีค่ากรด-ด่าง เป็นปกติ รักษาความชุ่มชื้นของผิวหน้าด้วยมอยสเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิว พยายามรักษาสุขภาพทั้งกายใจ เพราะถ้าร่างกายแข็งแรง ผิวก็จะต่อสู้กับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น คนที่เป็นภูมิแพ้ คุณหมอจะแนะนำให้ออกกำลังกายนะคะ ช่วยได้มากเลย บางสิ่งที่เราละเลยอย่างการออกกำลังกาย นั่งสมาธิ ก็ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีได้เช่นกัน ถ้าดูแลผิวอย่างถูกวิธีให้เป็นกิจวัตรแล้ว ไม่ว่าจะมีสีผิวแบบไหน ก็สวย ใส โกลว สุขภาพดีได้ค่ะ bunny white collagen.