Category: พลูคาว

พลูคาว รูปแบบและวิธีการใช้สมุนไพรคาวทอง หรือพลูคาว

Published / by admin

พลูคาว รูปแบบและวิธีการใช้สมุนไพรคาวทอง หรือพลูคาว 1. วัณโรคปอด อาเจียนเป็นเลือด หรือมีหนองปน – ใช้ต้นพลูคาวแห้ง รากเทียนฮวยฮุ่ง (Trichosanthes Kirilowii Maxim) เจ็กแปะเฮี๊ยะ (Biotaorientalis Endl.) แห้ง อย่างละ 15 กรัม ต้มน้ำดื่ม
– หรือ ใช้ต้นสดพลูคาว 30 กรัม คั้นเอาน้ำดื่มกับผักกาดดอง วันละ 2 ครั้ง 2. ปอดอักเสบ มีหนองในช่องปอด – ใช้ต้นแห้ง 30 กรัม กิ๊กแก้ (Platycodon grandiflorum A.DC.) รากแห้ง 15 กรัม ต้มน้ำหรือบดเป็นผงผสมน้ำดื่ม 3. มะเร็งที่ปอด- ใช้ต้นแห้ง 18 กรัม ตังขุ่ยจี้ (Malva verticillata L.) แห้ง 30 กรัม เหง้ายาหัว (Smilax glabra Roxb.) แห้ง 30 กรัม กะเม็งตัวเมีย (Eclipta prostrata L.) และ ปวงเทียงขิ่มเล้า (Cyathea spinulosa Wall.) ทั้งต้นแห้งอย่างละ 18 กรัม และชะเอม 5 กรัม ต้มน้ำดื่ม 4. เป็นหวัด หลอดลมอักเสบ- ใช้ต้นแห้ง เปลือกต้นเถ่าป๊ก (Magnolia officinalis Rehd. et Wils.) แห้ง ผสมเหลี่ยงเคี้ยว (Forsythia suspensa Vahl.) แห้ง อย่างละ 10 กรัม บดเป็นผง และยอดต้นหม่อน (Morus alba L.) สด 30 กรัม ต้มเอาน้ำ ชงยาผงนี้ ดื่ม พลูคาว.

พลูคาว
พลูคาว 5. เป็นโรคปอด ไอ มีเหงื่อออกมาก
– ใช้ต้นสด 60 กรัม ใส่ในกระเพาะอาหารหมู ตุ๋นรับประทาน วันละชุดติดต่อกัน 3 วัน พลูคาว สมุนไพรคุณสัมฤทธิ์
6. เป็นบิด
– ใช้ต้นสด 20 กรัม เถ้าจากผลซัวจา (Crataegus pinnatifida Bge. var. Major N.E.Br) 6 กรัม ต้มเอาน้ำ ผสมน้ำผึ้งดื่ม
7. หนองใน ตกขาวมากผิดปกติ
– ใช้ต้นสด 25-30 กรัม ต้มน้ำดื่ม
8. ริดสีดวงทวาร
– ใช้ต้นสด ต้มน้ำดื่ม จิบตามด้วยเหล้าเล็กน้อย แล้วเอากากพอก ให้รับประทานยานี้ติดต่อกัน 3 วัน หัวริดสีดวงจะค่อยๆ ยุบไป
9. โพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง พลูคาว
– ใช้ต้นสด คั้นเอาน้ำหยอดจมูกวันละหลายๆ ครั้ง และใช้ต้นสด 21 กรัมต้มน้ำดื่มด้วย
10. ฝีบวมอักเสบ
– ใช้ต้นแห้ง บดเป็นผง ผสมน้ำผึ้งพอกฝีที่ยังไม่มีหนอง จะยุบหายไป ฝีที่มี่หนองก็จะเร่งให้หนองออกเร็วขึ้น
11. ฝีเนื้อร้าย (Furancle)
– ใช้ต้นสดตำพอก จะปวดอยู่ 1-2 ชั่วโมง อย่าเอายาออก พอกยา 1-2 วัน อาการอักเสบลดลงและค่อยๆ หายไป
12. ผื่นคันที่อวัยวะเพศ ฝีที่บริเวณก้น
– ใช้ต้นสดต้มเอาน้ำชะล้าง
13. งูพิษกัด
– ใช้ต้นสด ใบชุ่ยฉิ่วเฮี๊ยะ (Sophora japonica L.) สด เมล็ดชุมเห็ดไทย อย่างละเท่าๆ กัน ตำพอก
14. ผื่นคัน
– ใช้ต้นสด ตำพอก

องค์ประกอบทางเคมีของพลูคาว หรือคาวทอง

จากการศึกษาองค์ประกอบในน้ำมันหอมระเหยจากส่วนเหนือดินของพลูคาวโดยการกลั่นด้วยไอน้ำ พบว่าประกอบไปด้วยสารที่เป็นองค์ประกอบหลัก 3 ชนิด คือ capryl aldehyde, 2-undecanone และ lauryl aldehyde โดยปริมาณของสารในน้ำมันหอมระเหยที่พบในพลูคาวจากแต่ละท้องถิ่นนั้นมีองค์ประกอบเหมือนกัน แต่พบในสัดส่วนปริมาณที่แตกต่างกัน ดังมีรายงานปริมาณของ capryl aldehyde และ lauryl aldehyde ที่พบในประเทศไทย พลูคาว มีปริมาณมากกว่าที่พบในประเทศญี่ปุ่น
ส่วนพลูคาวที่ปลูกในประเทศญี่ปุ่นมีปริมาณของ 2-undecanone มากกว่าพลูคาวที่ปลูกในประเทศไทย การที่สารในน้ำมันหอมระเหยมีสัดส่วนของปริมาณที่แตกต่างกันอาจเนื่องมาจากสภาพแวดล้อม พื้นที่ สภาพอากาศที่แตกต่างกัน จากคุณสมบัติของพลูคาวในการต้านเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุการเกิดโรคต่างๆ ของคน จึงได้มีการทดลองนำพลูคาวมาใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร โดยเฉพาะการนำมาควบคุมเชื้อสาเหตุโรคพืช โดยพบว่าสารคาพริลแอลดีไฮด์ (capryl aldehyde) ซึ่งได้จากการสกัดใบพลูคาวที่สกัดด้วยไดคลอโรมีเทนซึ่งเป็นตัวทำละลายไม่มีขั้ว สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อรา Cladosporium cladosporioides และ Colletotrichum gloeosporioides ในห้องปฏิบัติการได้
นอกจากนี้การใช้สารสกัดจากใบพลูคาวโดยใช้ตัวทำละลายชนิดมีขั้ว คือ เมทธานอล ความเข้มข้น 50 และ 100 เปอร์เซ็นต์ และเอทธานอล 95 เปอร์เซ็นต์ พบว่าสารออกฤทธิ์ที่ตรวจพบเป็นสารประกอบพวกกรดเมทธิลเอสเทอร์ และนอกจากนี้การนำมาประยุกต์ใช้โดยการแช่ใบในเหล้าขาว 35 ดีกรี ก่อนนำมาแยกกากออก พบว่าสารสกัดหยาบสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อรา Alternaria brassicicola และเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides ได้ผลดีเช่นกัน แต่สารออกฤทธิ์ที่ได้จากการสกัดด้วยตัวทำละลายที่มีขั้วนั้นค่อนข้างจะไม่เสถียรหากถูกทิ้งไว้นานๆ เนื่องจากมีโอกาสถูกออกซิไดซ์โดยออกซิเจนในอากาศได้ง่าย และจะเสื่อมคุณสมบัติไปในที่สุด ดังนั้นการนำมาใช้ประโยชน์ควรนำมาใช้ทันทีเช่นการใช้ฉีดพ่นเพื่อยับยั้งเชื้อโรคหรือใช้สำหรับแช่เพื่อกำจัดเชื้อที่ติดมากับท่อนพันธุ์ หรือต้นกล้า
ข้อควรระวังในการใช้พลูคาว หรือคาวทอง

การรับประทานมากเกินไป จะทำให้อาเจียนได้ หรือถ้านำมาใช้ภายนอกในปริมาณที่มากเกินไป ก็จะทำให้เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนังทำให้เป็นแผลพองได้ พลูคาว.