Month: February 2017

bunny white collagen อยากมีผิวเนียนใสไม่ใช่เรื่องยาก แค่คุณหมั่นใส่ใจและดูแลผิว

Published / by admin

bunny white collagen อยากมีผิวเนียนใสไม่ใช่เรื่องยาก แค่คุณหมั่นใส่ใจและดูแลผิวของตัวเองอยู่เสมอ คุณก็จะได้ผิวที่ขาวเนียนใสอย่างที่ตั้งใจแน่นอน นอกจากนี้อย่าลืมปกป้องตัวเองจากแสงแดดอยู่เสมอ เพราะแสงแดดเป็นตัวการร้ายที่ทำลายผิวพรรณของเราให้ดูหม่นหมองและคล้ำเสียมากที่สุด โดยสามารถทำได้ด้วยการทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ใส่หมวกหรือสวมเสื้อผ้าที่สามารถปกป้องผิวได้อย่างมิดชิด รวมถึงอาจจะพกร่มไปด้วยในวันที่แดดร้อนจัด หากทำได้ดังนี้ ผิวของคุณก็จะมีสุขภาพผิวที่ดียิ่งขึ้นและดูเรียบเนียนขาวกระจ่างใสจนใครๆ ก็ต้องอิจฉากันเลยทีเดียว เห็นไหมว่าการจะมีผิวสวยได้นั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย อยากมีผิวเนียนสวย กระจ่างใสดุจมีออร่าเหมือนคนญี่ปุ่น กล้าท้าแดด ท้าลมได้อย่างไม่กลัวผิวเสีย ฟังทางนี้ !! “ไทยรัฐออนไลน์” ขอเผย 10 เคล็ดลับ สร้างมิติผิวสวยใสได้ง่ายๆ แบบฉบับสาวญี่ปุ่นยุคใหม่ ให้คุณได้อินกันเต็มที่…โดดเด่นจนใครๆ อิจฉา รับประกันความเวิร์กแน่นอน bunny white collagen.

bunny white collagen

bunny white collagen 1. สาวญี่ปุ่นไม่ว่าจะแต่งหน้าสไตล์ไหนก็ขอโชว์ผิวใสๆ ไว้ก่อน เพราะฉะนั้นทุกเช้าคนญี่ปุ่นจึงดื่มน้ำอุ่น 4 แก้ว เพื่อดีท็อกซ์ร่างกายให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และยังเรียกความสดชื่นให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี บันนี่ไวท์ คอลลาเจน
น้ำเปล่า

2. พบว่าคนญี่ปุ่นแทบจะ 99% โดยเฉพาะผู้หญิง มีใบหน้าใสแบบเด็กๆ จนเดาอายุกันไม่ถูกเลยทีเดียว นั่นเพราะคนญี่ปุ่นให้เวลาและใส่ใจกับการเช็ดเครื่องสำอางมากๆ เพราะสิ่งตกค้างจะทำให้รูขุมขนอุดตันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ และเมื่อสะสมไปนานๆ จะทำให้ใบหน้าเกิดริ้วรอยก่อนวัย สาวญี่ปุ่นจึงต้องพิถีพิถันเรื่องแต่งหน้าและการล้างเครื่องสำอางเป็นพิเศษ bunny white collagen

3. สูตรผิวใสแบบญี่ปุ่น ฝานมะเขือเทศหนาๆ 1 ชิ้น มาถูทั่วใบหน้าและลำคอเบาๆ (ต้องล้างหน้าให้สะอาดก่อนนะ) ถูเน้นบริเวณที่มีสิวเสี้ยนประมาณ 5-10 นาที ให้รู้สึกว่าบริเวณที่ถูนั้นลื่นๆ และเรียบเนียน จากนั้นใช้น้ำเย็นล้างหน้าให้สะอาด วิตามินซีและกรด AHA ในมะเขือเทศ จะช่วยลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกและกำจัดสิวเสี้ยนต่างๆ ไม่ให้อุดตันที่เป็นบ่อเกิดให้รูขุมขนกว้างขึ้น
ฝานมะเขือเทศถูใบหน้าและลำคอ

4. สาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ (เหมือนบ้านเรานั่นแหละ) เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตาและดวงตาอ่อนล้า จึงต้องทาอายครีมเป็นประจำและมาส์กสัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้ดวงตาชุ่มชื่น มีน้ำมีนวล และดูอิ่มเอิบมากขึ้น วิธีนี้ช่วยแก้ไขได้ดีนักแล…

5. วิธีดีท็อกซ์ง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น เพียงนอนแช่ในน้ำอุ่นสัก 10 นาที รูขุมขนจะเปิดกว้างพร้อมขับของเสียสิ่งสกปรกต่างๆ ออกมากับเหงื่อ (อย่างเช่น ขี้ไคล) และยังช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง มีเลือดฝาดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ดีท็อกซ์สไตล์ญี่ปุ่น

6. แทบไม่มีสาวญี่ปุ่นคนไหนที่ไม่กันคิ้ว เพราะการกันคิ้วจะทำให้ช่วงตาดูสดใส เปล่งประกายขึ้น เคล็ดลับในการกันคิ้วคือ ควรกันคิ้วหลังล้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่ขนคิ้วอ่อนนุ่มและกันคิ้วเฉพาะด้านล่างเท่านั้น เพราะการกันคิ้วด้านบนจะทำให้ใบหน้าดูเศร้า ไม่เชื่อ…ลองดูสิ !

7. เดี๋ยวนี้สาวญี่ปุ่นนิยมอาบแดดไม่แพ้ฝรั่ง หลังจากโดนแดดเผามาทั้งวันจึงทำให้ผิวตัวดูคล้ำขึ้น ขอแนะนำให้เอาสตรอเบอร์รี่มาปั่นพอหยาบๆ ผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติพอกไว้ตามร่างกายประมาณ 15 – 30 นาที แล้วล้างออก จะช่วยให้ผิวดูเนียนใสขึ้นเยอะเลยล่ะ (แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผิวขาวขึ้นมากหลังจากที่โดนแดดเผามาทั้งวันหรอกนะ)
สตรอเบอร์รี่ (นำมาปั่น)

โยเกิร์ตธรรมชาติ

8. เคล็ดลับสุขภาพดี เผยผิวดีจากภายในอยู่ที่การเลือกรับประทานอาหารที่รสไม่จัด รับประทานโปรตีนอย่างปลาและอาหารที่ทำจากถั่วเหลือง เช่น ซอสถั่วเหลือง เต้าหู้

9. คนญี่ปุ่นส่วนมากขัดผิวสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง นอกจากช่วยให้ผิวสะอาดเนียนนุ่มแล้ว ยังช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของน้ำเหลือง ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายเพิ่มขึ้นด้วย แต่ข้อระวังคืออย่าขัดผิวทุกวันหรือมากเกินสัปดาห์ละ 4 ครั้ง เพราะแทนที่ผิวจะนุ่มเรียบเนียน จะกลับเป็นแห้งกร้านเอาได้ เนื่องจากไม่มีเซลล์ผิวมาป้องกัน !
ดื่มชาร้อนช่วยเผาผลาญ

10. การดื่มชาร้อนที่ไม่ร้อนจัดเป็นประจำ จะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินให้เป็นพลังงาน ลดคอเรสเตอรอล และช่วยขับสารพิษที่สะสมอยู่ในร่างกาย แถมยังช่วยลดอัตราการเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง วิธีนี้เลิศเว่อร์…เหมือนทำดีท็อกซ์ไปในตัวและไม่มีปัญหาไขมันส่วนเกินมาคอยกวนใจ

อยากหน้าใส ผิวเนียนละเอียด ไร้รูขุมขน แบบผิวดารานางแบบ ทำยังไง ?
ปัจจัยใดบ้าง ที่ทำให้ผิวเราดูละเอียด เรียบเนียน ?
– รูขุมขนเล็ก
– สภาพผิวเรียบเนียน
– ผิวมีความชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน
– สีผิวสม่ำเสมอไร้จุดด่างดำ
– ผิวมีน้ำมีนวล เปล่งปลั่งสุขภาพดี เปล่งประกายอมชมพู
คนที่รูขุมขนเล็กละเอียด มักจะมีสภาพผิวธรรมดา-แห้ง คนที่มีสภาพผิวธรรมดาถือว่าโชคดีที่สุด เพราะผิวมีความมันปกติ และไม่แห้งจนเกินไป จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องสิวหรือริ้วรอย น่าอิจฉาจัง! แต่คนที่รูขุมขนกว้าง มีกระฝ้า หรือ เป็นสิวง่าย ก็ไม่ต้องน้อยใจไปค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้มีผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี ที่ช่วยแก้ปัญหาอย่างได้ผลน่าพึงพอใจมากทีเดียว
รูขุมขนกว้าง?
– สามารถดูแลได้ที่บ้าน ด้วยการผลัดเซลล์ผิว ไม่ว่าจะด้วยการ สครับผิวเบาๆ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่รุนแรงต่อผิว หรือใช้ครีมที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้อ่อนๆ ก็ช่วยได้เช่นกัน
– การทำทรีตเมนต์ที่มีการผลัดเซลล์ผิวด้วยเคมี การกรอผิว ใช้เลเซอร์เพื่อผลัดผิวด้านบน (Epidermis) ออกไป เพื่อหวังผลให้ผิวรักษาตัวเอง และสร้างเซลล์ผิวใหม่มาแทนที่ ที่ใส และ เรียบเนียน ขึ้น
วิธีพวกนี้เป็นการผลัดเซลล์ผิวชนิดรุนแรง ช่วยทำให้ผิวดูละเอียดเรียบเนียนขึ้นได้ แต่มี downtime คือต้องดูแลรักษาตัวค่อนข้างนาน ต้องหลบแดดและแสงไฟอย่างจริงจัง bunny white collagen และผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ถาวร โดยส่วนตัวแล้ว หมอหญิงก็ไม่ค่อยปลื้มกับการดูแลด้วยวิธีเหล่านี้ เพราะ ผลลัพธ์ที่ได้ ไม่มีประสิทธิภาพมากพอ และยังทำให้ผิวเซ้นซิทีฟต่อแสงและสิ่งเร้าต่างๆ ทั้งเครื่องสำอาง ครีมบำรุง ฝุ่น น้ำ, etc. ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา ทั้งสิว จุดด่างดำ ฝ้า กระ และ ริ้วรอย
– การกระตุ้นคอลลาเจนจากผิวชั้นคอลลาเจนโดยตรง ทำได้โดย
+ ใช้เลเซอร์ Long Pulse ND:YAG : 1064 nm, 20 ns วิธีนี้จะทำให้ผิวเรียบเนียนใสโกลวขึ้น หลังทำจะมีการเซ้นซิทีฟต่อแสงน้อยกว่าการผลัดเซลล์ผิวชั้นบน หลังทำควรหลบแดดจัดเป็นเวลา1-2สัปดาห์ และใช้กันแดดที่มีประสิทธิภาพ
+ การเติม Hyaluronic Acid (HA) ทั่วใบหน้า ร่วมกับการทำเลเซอร์ Long Pulse ND:YAG : 1064 nm, 20 ns
หรือถ้ารูขุมขนกว้างเฉพาะบางจุด การเติม HA ร่วมกับเทคนิคเฉพาะของแพทย์ ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้เช่นกัน โดยไม่ต้องใช้เลเซอร์ วิธีนี้จะช่วยให้ผิวอิ่มฟู และชุ่มชื้นขึ้นด้วย
+ Thread vein ด้วยเทคนิค Rejuvenation ในชั้น Dermis หรือการร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนโดยตรง วิธีนี้ในกรณีที่มีหลุมสิว สามารถทำให้เรียบเนียนขึ้นได้ด้วย แต่ต้องอาศัยความชำนาญอย่างสูงของแพทย์ เพราะต้องทำในชั้นผิวที่ถูกต้อง ถ้าลึกเกินไปก็จะไม่เห็นผล แต่ถ้าตื้นเกินไปอาจทำให้เกิด lumps หรือผิวไม่เรียบ เนื่องจากหลังจากการร้อยไหม ผิวจะสร้างคอลลาเจน(พังผืด) มาเกาะกับไหม เมื่อไหมอยู่ในชั้นที่ตื้นเกินไป ผิวที่สร้างใหม่จึงอยู่ในชั้นที่ตื้นเกินไปด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดผิวที่ไม่เรียบเนียน
เมื่อผิวเรียบเนียนขึ้นแล้ว ทำอย่างไรผิวจะดูเปล่งปลั่งสดใส ?
“ผิวต้องมีความชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน”
– ดูแลได้ด้วยวิธีมาสก์ อาจใช้มาสก์ชีท ที่ให้ความชุ่มชื้นสูง เช่น ที่มีส่วนผสมของว่านหางจรเข้ หรือ ไฮยาลูรอนนิก สามารถหาซื้อได้ทั่วไป แต่ควรระวังเรื่องของแอลกอฮอลล์ในส่วนผสม เพราะถ้ามากเกินไป อาจยิ่งทำให้ผิวแห้ง หรือน้ำหอม ที่อาจทำใหเแพ้ได้ ถ้าผิวแห้งมาก สำหรับhome use หมอแนะนำ ว่านหางจรเข้ 100% หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปค่ะ
– ใช้ครีมบำรุงที่เติมน้ำให้ผิวเป็นประจำ ชนิดที่มีความชุ่มชื้นสูง แต่ไม่ทำให้เกิดความมันส่วนเกิน
– ผลักวิตามิน ที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์เยอะๆ เพื่อต่อต้านริ้วรอยและจุดด่างดำ ไม่แนะนำวิตามินที่เน้นผลัดเซลล์ผิวมากจนเกินไป หรือมีไวเทนนิ่งหลายชนิด เพราะอาจทำให้ผิวบอบบาง และแพ้ได้
– ดื่มน้ำวันละ 1-2 ลิตร (แล้วแต่น้ำหนักตัวด้วย) ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทานผักผลไม้ ถ้าทำได้อย่างเป็นกิจวัตร วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลและประหยัดด้วยค่ะ 🙂
ส่วนจุดด่างดำ ?
– จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหลบแดดแรงๆ เพราะนอกจากรังสี UV จะทำให้เกิดจุดด่างดำแล้ว ยังทำให้ผิวแก่กว่าวัยด้วย
แต่ถ้าจำเป็นต้องออกแดด เจอแสงไฟ ทำงานกลางแจ้งจริงๆ จำเป็นต้องใช้กันแดดประสิทธิภาพสูงนะคะ กันแดดดีๆจะช่วยให้คุณคงความอ่อนเยาว์ได้นานเลยค่ะ
– หากไปเจอแสงแดดหรือความร้อนมาแล้ว การปลอบประโลมผิวด้วยการมาสก์ หรือผลักวิตามิน ก็จะช่วยได้ค่ะ
ใครสะดวกวิธีไหนก็เลือกใช้กันนะคะ สิ่งสำคัญที่สุดที่ควรทำเพื่อผิวพรรณที่มีสุขภาพดีคือ การทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจด รักษาค่า PH Balance ให้มีค่ากรด-ด่าง เป็นปกติ รักษาความชุ่มชื้นของผิวหน้าด้วยมอยสเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิว พยายามรักษาสุขภาพทั้งกายใจ เพราะถ้าร่างกายแข็งแรง ผิวก็จะต่อสู้กับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น คนที่เป็นภูมิแพ้ คุณหมอจะแนะนำให้ออกกำลังกายนะคะ ช่วยได้มากเลย บางสิ่งที่เราละเลยอย่างการออกกำลังกาย นั่งสมาธิ ก็ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีได้เช่นกัน ถ้าดูแลผิวอย่างถูกวิธีให้เป็นกิจวัตรแล้ว ไม่ว่าจะมีสีผิวแบบไหน ก็สวย ใส โกลว สุขภาพดีได้ค่ะ bunny white collagen.

me love plus & gold collagen คอลลาเจน (Collagen) เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับประโยชน์และความหมาย

Published / by admin

me love plus & gold collagen คอลลาเจน (Collagen) เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับประโยชน์และความหมาย คอลาเจนคืออะไร และทำไมผู้หญิงยุคปัจจุบันจึงนำคอลลาเจนมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันเพื่อใช้ในการเสริมความสวยงามของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการทาน การใช้เครื่องสำอางค์ที่มีสวนผสมของคอลลาเจน และอื่นๆ อีกมากมาย วันนี้เรามีคำตอบให้กับสาวๆ ที่ยังไม่เข้าใจถึงประโยชน์ และความหมาย ซึ่งจะนำพาให้สาวๆ ตัดสินใจถูกว่าควรจะเลือกใช้แบบไหนกันดี และผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร คอลลาเจน คือ โปรตีนธรรมชาติที่พบมากในผิวหนังและกระดูกของสิ่งมีชีวิต ลักษณะเป็นโครงสร้างตาข่ายหนาแน่นขนาดเล็กมาก เป็นโครงสร้างหลักของผิวหนังและกระดูก โครงสร้างเหล่านี้ จะค่อยๆ เสื่อมสลายเองตามอายุที่มากขึ้น เช่น รอยเหี่ยวย่นบนผิวหนัง ข้อต่อและกระดูกเสื่อม โดยทั่วไปคอลลาเจนจะไม่สามารถรับประทานได้โดยตรง เพราะมีความหนาแน่นสูงมาก ร่างกายดูดซึมได้ยาก จึงจำเป็นต้องผ่านกระบวนการแปรรูปให้มีขนาดเล็กเพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากคอลลาเจนโดยทั่วไปมี 2 ชนิด ชนิดแรกคือ เจลาติน (สารให้ความหนึดชนิดหนึ่ง) และชนิดที่สองคือ คอลลาเจนพร้อมรับประทาน (Hydrolyzed collagen) เช่น มีเลิฟ และอีกหลากหลายยี่ห้อ me love plus & gold collagen.

me love plus & gold collagen

me love plus & gold collagen เมื่อคอลลาเจนในร่างกายไม่เพียงพอจะมีผลกระทบอย่างไร มีเลิฟพลัส&โกลด์

ในร่างกายคนเราประกอบด้วย คอลลาเจนมากถึงประมาณ 30-40% เมื่อคอลลาเจนในร่างกายน้อยลงจึงมีผลกระทบอย่างมากต่อร่างกาย เฃ่น ผิวหนัง จะแห้งกร้าน หยาบกระด้างเหี่ยวย่น และมีตกกระ, สุขภาพ กระดูกข้อต่อเสื่อม อาจทำให้มีอาการเจ็บเข่า ปวดหลัง ปวดเอว ระบบไหลเวียนโลหิตเสื่อม และอาจจะทำให้ระบบอื่นๆ เสื่อม การเผาผลาญไขมันน้อยลง ดูแก่ เช่น ผมขาว เล็บเปราะง่าย สุขภาพโดยรวมไม่ดี me love plus & gold collagen

ในคนเราเมื่อมีอายุ 25 ปีขึ้นไป คอลลาเจน (collagen) จะเริ่มเสื่อมสภาพลง เพราะอัตราการสังเคราะห์คอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังในชั้นหนังแท้จะลดลงถึง 1.5% ต่อปี และจะเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่เราสามารถทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปได้โดยการนำสารสกัดโปรตีนคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี คือ การฉีดเข้าใต้ผิวหนังชั้นหนังแท้ และ การรับประทานในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น มีเลิฟ ซึ่งหากจะเปรียบเทียบระหว่างการฉีดและการทานแล้ว จะพบว่าวิธีการทานนั้นง่ายและสะดวกมากกว่าการฉีด ซึ่งค่อนข้างยุ่งยากแถมยังมีค่าใช้จ่ายสูง และต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ

คอลลาเจนสำคัญกับผิวพรรณอย่างไร

คอลลาเจน (collagen) ถูกนำมาใช้ในการแพทย์ เช่น ลดการอักเสบของผิวหนัง ใช้เป็นไหมละลายในการผ่าตัด ในวงการผิวพรรณและความงามก็นำคอลลาเจนมาใช้เป็นส่วนประกอบกันอย่างแพร่หลาย เช่น สกินแคร์ที่มีสารไมโครคอลลาเจน และวิตามินซีช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสท์ หรือการฉีดคอลลาเจนเข้าสู่ผิวโดยตรง ซึ่งทำให้ผิวเรียบตึงขึ้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ต้องฉีดซ้ำทุกๆ 6 เดือน ส่วนในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อผิวสวยนิยมใช้คอลลาเจนที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกเพราะมีโครงสร้างคล้ายคลึงกับคอลลาเจนในร่างกายมนุษย์มากที่สุด

คอลลาเจน (collagen) เป็นโปรตีนในกลุ่มโปรตีนเส้นใย (fibrous protein) จากสัตว์ที่พบในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue) เป็นส่วนประกอบหลักในโครงสร้างของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น เส้นเอ็น กระดูก ผิวหนัง ระบบท่อลำเลียงในสัตว์ รวมถึงแผ่นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่อยู่รอบกล้ามเนื้อ มีลักษณะเหนียวแต่ยืดไม่ได้ มีแรงต้านแรงดึงสูงมาก ทำให้กล้ามเนื้อเหนียว

โปรตีนกล้ามเนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 40 ของโปรตีนทั้งหมดในร่างกาย ส่วนในสัตว์ปีกและสัตว์น้ำ เช่น ปลา หอย จะมีปริมาณน้อยกว่า

องค์ประกอบและโครงสร้าง

องค์ประกอบหน่วยย่อยของคอลลาเจน คือกรดแอมิโน (amino acid ) ที่เรียงต่อกันด้วยพันธะเพปไทด์ (peptide bond) เป็นสายพอลิ
เพปไทด์ ลำดับของกรดแอมิโนมักเป็นแบบนี้ Gly-X-Pro หรือ Gly-X-Hypro และ Gly-Pro-Hypro ( Gly = ไกลซีน (glycine) Pro = โพรลีน (proline) Hypro = ไฮดรอกซีโพรลีน (hydroxyproline) และ X = กรดแอมิโนชนิดอื่น) รูปแบบการจัดเรียงซ้ำๆ ทำให้เกิดเป็นสายพอลิ
เพปไทด์ ที่มีพันธะระหว่างสายที่เป็นระเบียบแข็งแรง ซึ่งไม่พบในโปรตีนรูปกลม กรดแอมิโนในโมเลกุลของโปรตีนคอลลาเจนส่วนใหญ่ เป็นกรดแอมิโนชนิดที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย คอลลาเจนจึงจัดเป็นโปรตีนท่ีมีคุณภาพต่ำ
คอลลาเจน มีโครงสร้างของโปรตีนเป็นโปรตีนเส้นใย (fibrous protein) สายของพอลิเพปไทด์ 3 สาย จะมารวมกันแบบ triple helix ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของคอลลาเจน เรียกว่า โทโพคอลลาเจน (topocollagen subunit) โดยแต่ละสายของพอลิเพปไทด์ ขดเป็นเกลียววนซ้าย และรวมเข้าด้วยกัน บิดเป็นเกลียวเหมือนขดลวดวนขวา โครงสร้างของมั่นคงแข็งแรงตัวด้วยพันธะไฮโดรเจนจำนวนมาก มีลักษณะเหมือนหลอดยาวประมาณ 300 นาโนเมตร และเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 นาโนเมตร

collagen

ไกลซีน (glycine) เป็นกรดแอมิโนที่มีขนาดเล็กที่สุด มีบทบาทเด่นในโปรตีนโครงสร้างเส้นใยคอลลาเจน glycine จะอยู่ในทุกๆ ตำแหน่งที่สามของลำดับกรดcอมิโนในสายพอลิเพปไทด์ การรวมตัวของสายเกลียวสามสาย ไกลซีนจะอยู่ด้านใน (แกน) ของสายเกลียว ส่วนวงแหวนของ proline และ hyproxyproline จะชี้ออกด้านนอกจากสายเกลียว (ดูรูปประกอบ) กรดแอมิโน proline และ hydroxyproline ช่วยให้หน่วยย่อยของโปรตีนคอลลาเจน เสถียรต่อความร้อน

สายเกลียวทั้งสามสายยังเกิดพันธะโควาเลนต์ พันกันไปมาระหว่างสาย และระหว่างหน่วยย่อยด้วยกันทำให้เกิดคอลลาเจนชนิดต่างๆ ที่พบได้ในเนื้อเยื่อที่เจริญเต็มที่แล้ว หน่วยย่อยโทโพคอลลาเจนเข้ามารวมกันเองเป็นผืนใหญ่ขึ้นในที่ว่างภายนอกเซลล์ของเนื้อเยื่อ สายเกลียวทั้งสามอัดกันแน่นภายใต้แรงดึง ต้านทานการยืด จึงทำให้คอลลาเจนไม่ยืดเพราะในกระดูกสายเกลียวสามเส้นที่ควบกันจะวางซ้อนกันเป็นแถวหลวมๆ ช่องว่างระหว่างปลายของหน่วยย่อยโทโพคอลลาเจนอยู่ห่างกัน 40 นาโนเมตร ซึ่งอาจทำหน้าที่เป็นใจกลาง (นิวเคลียส) สำหรับผลึกของเกลือแร่ซึ่งมีลักษณะละเอียด แข็งและยาวมาจับ ได้แก่ ผลึกไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Ca5 (PO4) 3 (OH)) ที่มีฟอสเฟตอยู่ด้วย กระดูกอ่อนอาจกลายเป็นกระดูกได้ด้วยวิธีนี้ คอลลาเจนให้ความยืดหยุ่นแก่กระดูก จึงมีส่วนช่วยป้องกันกระดูกแตก

ประเภทของคอลลาเจน

ปัจจุบันเรารู้จักคอลลาเจนที่แตกต่างกันมากว่า 25 ชนิด แต่ละชนิดมีรหัสยีนแตกต่างกัน โดยหลักการคอลลาเจนอาจมีได้มากกว่า 10,000 ชนิด แต่คอลลาเจนที่พิสูจน์ทราบได้แน่นอนแล้วมีเพียง 15 ชนิด me love plus & gold collagen  คอลลาเจนที่สำคัญในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ได้แก่ คอลลาเจนชนิด I, II, III, V และ IX

คอลลาเจนชนิด I เป็นคอลลาเจนหลักของผิวหนังและกระดูก มีมากที่สุดในร่างกาย (ประมาณ 90% ของคอลลาเจนในร่างกาย)

คอลลาเจนชนิด II พบในกระดูกอ่อน

คอลลาเจนชนิด III พบในผิวหนัง หลอดเลือด และอวัยวะภายใน

คอลลาเจนชนิด V เป็นคอลลาเจนที่อยู่ในรูปโครงข่าย ซึ่งเกิดขึ้นจากกระบวนการสร้างพอลิเมอร์ ซึ่งทำให้เกิดเป็นชั้นปกคลุมผิวด้านนอก หรือบุผิวที่เป็นโพรง

คอลลาเจนอาจจะ แบ่งตามการละลายได้เป็น คอลลาเจนที่ละลายในสารละลายเกลือที่เป็นกลาง สารละลายกรด และบางชนิดก็ไม่ละลายในสารละลายชนิดใด

การเปลี่ยนแปลงเมื่อได้รับความร้อน

การปรุงอาหาร (cooking) เช่น การตุ๋น (stewing) จะทำให้เนื้อสัตว์อ่อนนุ่มขึ้น

เมื่อคอลาเจนได้รับความร้อน เช่น การต้มในน้ำเดือดคอลลาเจนจะเสียสภาพธรรมชาติ มีขนาดโมเลกุลเล็กลง ได้เป็นเจลาติน (gelatin)

ดังนั้น เจลาติน คือโปรตีนคอลลาเจนท่ีเสียสภาพธรรมชาติด้วยความร้อน และทั้งคอลลาเจนและเจลาตินจัดเป็นโปรตีนท่ีมีคุณภาพต่ำ

การสังเคราะห์โปรตีนคอลลาเจนในร่างกายจำเป็นต้องมีวิตามินซีร่วมด้วย การขาดวิตามินซีจะทำให้การสังเคราะห์คอลลาเจนบกพร่องได้

แหล่งคอลลาเจนในอาหารที่หลายคนอาจไม่เชื่อว่าอาหารที่มีคอลลาเจ­­นจะหากินได้ง่ายขนาดนี้ เอาล่ะสิ ! เตรียมกรี๊ดให้เต็มที่เพราะการมีผิวเด้งตึงน่าจะอยู่ไม่ไกลเกิน­­เอื้อมแล้วจริง ๆ me love plus & gold collagen.

ยาสีฟันโพรฟี่ หน้าตาสะสวยแต่ยิ้มทีแทบผงะ เพราะฟันเหลืองอ๋อย ทำให้ไม่เซลฟ์

Published / by admin

ยาสีฟันโพรฟี่ หน้าตาสะสวยแต่ยิ้มทีแทบผงะ เพราะฟันเหลืองอ๋อย ทำให้ไม่เซลฟ์ ต้องยิ้มมุมปากตลอดเวลาจะไปฟอกสีฟันทำ ฟันขาว ก็แพงเกือบหมื่น แถมหลังฟอกสีฟันยังมีอาการเสียวฟันจี๊ดลงไปถึงกลางฟัน งั้นเราลองมาดูวิธีทำฟันขาวได้ด้วยตัวเอง แบบไม่ต้องพึ่งเคมี และทำได้เองที่บ้านกันค่ะ ทาลิปสติกสีแดง 9 วิธีฟันขาว ไม่พึ่งเคมี ประหยัดงบ! การเมคอัพทำให้ฟันคุณดูขาวขึ้นเพียงไม่ถึงนาที! แนะนำให้ใช้ลิปสติกสีแดงสด แดงเชอรี่ แดงไวน์ จะทำให้ฟันดูขาวสว่างขึ้นทันตา! แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ลิปสติกเนื้อครีมเพราะจำทำให้สีฟันหมองลงกว่าเดิม และหลีกเลี่ยงการใช้ลิปสติกโทนส้ม เหลือง น้ำตาล โดยเฉพาะสีพีช เพราะจะยิ่งทำให้สีฟันที่เหลืองยิ่งเด่นชัดขึ้นมาเชียว จูบดูดดื่ม 9 วิธีฟันขาว ไม่พึ่งเคมี ประหยัดงบ!การจูบแบบบดูดดื่มและใช้ลิ้นร่วมรัวสามารถป้องกันฟันผุได้ เพราะการจูบจะเพิ่มจำนวนน้ำลายที่อยู่ในปาก ซึ่งช่วยทำความสะอาดฟันช่วยลดคราบพลัคหรือแบคทีเรียที่ผิวฟัน จึงช่วยป้องกันฟันผุ ทำให้ฟันสะอาดขึ้น และลดโอกาสเป็นโรคเหงือกอักเสบ  กินชีสยิ้มสวย ยาสีฟันโพรฟี่.

ยาสีฟันโพรฟี่

ยาสีฟันโพรฟี่ 9 วิธีฟันขาว ไม่พึ่งเคมี ประหยัดงบ! ยาสีฟัน profi

การทานชีสชิ้นเล็กหลังอาหารอาจจะช่วยป้องกันฟันผุ และยังช่วยเสริมแร่ธาตุให้เคลือบฟัน เพราะชั้นเคลือบฟันเป็นส่วนที่ทำให้ฟันขาว
ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมสด, โยเกิร์ต, หรือชีส มีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับเคลือบฟันนะเออ

สตรอเบอร์รี่ผสมเบกกิ้งโซดา

9 วิธีฟันขาว ไม่พึ่งเคมี ประหยัดงบ!

สตรอเบอร์รี่มีสารเสริมฟันขาวโดยธรรมชาติขณะที่เราหม่ำเขาไป แถมอร่อยได้ประโยชน์อีกต่างหาก ลองใช้เนื้อสตรอเบอร์รี่บด 1 ผล ผสมกับเบกกิ้งโซดาครึ่งช้อนชาให้เป็นเนื้อเดียวกันแทนยาสีฟัน แปรงเสร็จทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นบ้วนน้ำออก จะรู้สึกฟันขาวขึ้น แต่ไม่ควรทำเกินสัปดาห์ละครั้งเพราะในสตรอเบอร์รี่จะมีกรด Malic อาจทำลายเคลือบฟันได้ ยาสีฟันโพรฟี่

หรือใช้เบกกิ้งโซดาบีบแตะกับแปรงสีฟันแล้วค่อยบีบยาสีฟันตาม จากนั้นนำมาแปรงตามปกติช่วยขัดฟันให้ขาวขึ้นเช่นกัน

ขูดหินปูนปีละ 2 ครั้ง

9 วิธีฟันขาว ไม่พึ่งเคมี ประหยัดงบ!

การขูดหินปูนทุก 6 เดือน จะช่วยขจัดคราบเม็ดสีเข้มที่มาเกาะฟัน คราบอาหาร หรือหินปูนที่ติดบนชั้นเคลือบฟัน และตามซอกเหงือก ซอกฟันออกไป

อาจจะไม่ช่วยให้ฟันขาวขึ้นมาก แต่ก็ขาวในระดับหนึ่งที่ควรจะเป็นขาวได้เท่าสีของเนื้อฟันธรรมชาติของเรา เนื้อฟันแลดูดูสะอาดสะอ้าน สุขภาพฟันดี ดูฟันมีสีอ่อนลง

เคี้ยวหมากฝรั่ง

9 วิธีฟันขาว ไม่พึ่งเคมี ประหยัดงบ!

แค่เคี้ยวหมากฝรั่งก็สามารถเพิ่มความขาวให้กับฟันได้ ในขณะที่คุณเคี้ยวหมากฝรั่งร่างกายจะผลิตน้ำลายมาช่วยย่อยมากขึ้น ซึ่งกรดจากน้ำลายนั้นก็จะมาช่วยทำความสะอาดฟันของคุณไปในตัว แถมยังใช้ต่อสู้กับแบคทีเรียในช่องปากได้เป็นอย่างดีอีกต่างหาก

แปรงฟันหลังว่ายน้ำ

9 วิธีฟันขาว ไม่พึ่งเคมี ประหยัดงบ!

คลอรีนในน้ำเป็นตัวกัดกร่อนสารที่เคลือบฟัน เพราะไม่น่าเป็นไปได้ว่าขณะว่ายน้ำคุณจะไม่อ้าปากให้คลอรีนเข้าไปในปากโดนฟันได้เลย

หากคุณไปว่ายน้ำควรเตรียมผ้าเช็ดตัวและแปรงสีฟันติดไปด้วย ยาสีฟันโพรฟี่ แปรงฟันหลังจากว่ายน้ำ และใช้ฟลูออไรด์บ้วนปากทันทีหลังจากว่ายน้ำเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง

แอปเปิ้ลวันละผล

9 วิธีฟันขาว ไม่พึ่งเคมี ประหยัดงบ!

นอกจากแอปเปิ้ลแล้ว แครอทก็เวิร์กมากค่ะ ผลไม้ ผัก ต้องเคี้ยวเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนการแปรงฟัน เมื่อเราเคี้ยวจะช่วยขจัดคราบที่สกปรกที่เคลือบฟันอยู่เป็นเวลานาน

แอปเปิ้ลวันละผลจะช่วยลดคราบที่ติดอยู่กับฟันมากทีเดียว จากนั้นให้ทานน้ำเปล่าตามด้วยเพื่อลดคราบน้ำตาลที่จะมีผลต่อสุขภาพฟัน
เพราะแอปเปิ้ลและแครอทคือ ผักผลไม้กรอบที่ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำลาย ซึ่งเป็นน้ำยาทำความสะอาดตามธรรมชาติ และด้วยความกรอบ จึงช่วยขัดคราบออกจากฟันในขณะที่เคี้ยวด้วย

ใช้หลอดดูดเครื่องดื่มมีสี เพื่อให้ผ่านฟันน้อยสุด

9 วิธีฟันขาว ไม่พึ่งเคมี ประหยัดงบ!

หากอดใจไม่ไหว ละเลิก ชา กาแฟ และไวน์ไม่ได้ จะลงแดง แนะนำให้ใช้หลอดดูดน้ำให้ผ่านฟันน้อยที่สุด เพราะของพวกนี้เป็นตัวการทำให้ฟันของคุณเกิดสีขุ่นหม่นหมอง แถมยังทำลายความแข็งแรงของฟันอีกต่างหาก

จากนั้นบ้วนปากตามหลายๆครั้ง หรือแปรงฟันได้ยิ่งดี จะทำให้คราบสีเหลืองไม่สะสมบนผิวฟันนะจ๊ะ ยาสีฟันโพรฟี่.

tampo อาหารเสริมท่านชาย โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นโรคที่พบบ่อย

Published / by admin

tampo อาหารเสริมท่านชาย โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นโรคที่พบบ่อย และก่อให้เกิดปัญหาในชีวิตประจำวันในหลายด้าน ผู้ชายทั่วโลกเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศมากกว่า 100 ล้านคน ประมาณว่า 52% ของชายอายุ 40-70 ปี มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศระดับใดระดับหนึ่ง ในหมู่คนเหล่านี้จำนวนมากจะก่อให้เกิดปัญหาความเครียดที่กระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวตามมา และอาจทำให้เกิดโรคซึมเศร้าสูญเสียความนับถือตัวเอง และมองภาพตัวเองไม่ดี เมื่อเรารู้แบบนี้แล้วก็ไม่ต้องวิตกกังวลไปครับ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงสาเหตุต่างๆที่นำพาโรคนี้มาสู่เรา ในปัจบันมีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบรรเทาอาการหย่อนสมรรถภาพมากมายให้เลือกใช้ ถึงจะบอกไม่ได้ว่าจะหายขาดแต่ก็ช่วยบรรเทาได้ บวกกับเราดูแลสุขภาพดีๆ เท่านี้ผมว่าผู้ชายอย่างเราก็คงยิ้มได้ไปอีกนาน โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) หมายถึง การที่อวัยวะเพศไม่มารถแข็งตัวหรือแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะประกอบกิจทางเพศสำเร็จความใคร่ คำศัพท์เดิมคือ หมด สมรรถภาพทางเพศ( Impotence) ซึ่งให้ความหมายทางน่าอับอาย คำว่า หย่อน สมรรถทางเพศ จึงเหมาะสมกว่า tampo อาหารเสริมท่านชาย.

tampo อาหารเสริมท่านชาย
tampo อาหารเสริมท่านชาย โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ( Erectile Dysfunction) เป็นรูปแบบหนึ่งของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ( Sexual Dysfunction) โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศอื่นๆ ได้แก่ โรคหลั่งเร็ว, โรคหลั่งช้า, โรคเฉื่อยชาทางเพศ, โรคไม่ถึงจุดสุดยอด เป็นต้น โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นโรคที่พลบ่อย ประมาณร้อยละ 50 ของชายอายุ 40-70 ปี มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศระดับใดระดับหนึ่ง แต่ผู้ป่วยน้อยกว่าร้อยละ 10 ที่แสวงหาทางรักษา แทมโป้ อาหารเสริมท่านชาย
กลไกการการแข็งตัวขององคชาต tampo อาหารเสริมท่านชาย
เพื่อให้เข้าใจสาเหตุของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ จึงควรทราบก่อนว่า องคชาติมีการแข็งตัวได้อย่างไร โดยทั่วไปการแข็งตัวขององคชาตมีได้ 3 แบบ คือ

การแข็งตัวที่เกิดจากจิตใจ (Pyschogenic erection) เกิดจากสิ่งกระตุ้นทางตา ,หู, จมูก หรือสัมผัสที่สมองได้รับหรือจินตนาการ ซึ่งเกิดขึ้นเองในสมองส่งผ่านเส้นประสาทไขสันหลังบริเวณกระเบนเหน็บ ไปยังเส้นประสาทที่หล่อเลี้ยงองคชาต และเซลล์กล้ามเนื้อเรียบในองคชาต มีการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีสื่อสารต่างๆ ทำให้เลือดไหลสู่องคชาตมากขึ้นและไหลกลับน้อยบงองคชาติจึงแข็งตัว
การแข็งตัวที่เกิดจากปฏิกิริยาสะท้อนกลับ (Reflexogenic erection) เป็นผลจากการกระตุ้นโดยตรงองชาต และเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ ส่งผ่ายระบบประสาทไขสันหลังทำให้เกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับทางเส้นประสาทที่หล่อเลี้ยงองคชาตทำให้องคชาตแข็งตัว
การแข็งตัวที่เกิดขึ้นในยามวิกาล (Nocturnal erection) เป็นความพยายามของร่างกายที่จะทำให้องาตมีออกซิเจนมาเลี้ยงเพิ่มขึ้น เกิดขึ้นขณะหลับแม้ไม่ได้ฝันเรื่องกามารมณ์ โดยอาศัยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่ทำให้องคชาตแข็งตัว
ขณะตื่นการแข็งตัวขององคชาตเป็นผลจากกาทำงานร่วมกันของจิตใจและปฏิกิริยาสะท้อนกลับ โดยธรรมชาติการแข็งตัวจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้นและต้องการการกระตุ้นมากขึ้นจึงจะแข็งตัวรวมทั้งความดื่มด่ำ ความนานและรุนแรงการถึงจุดสุดยอดจะลดลงและต้องการเวลามากขึ้นจึงจะกลับมาแข็งตัวใหม่ได้
สาเหตุของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
จะเห็นได้ว่าการแข็งตัวขององคชาต อาศัยการทำงานร่วมกันหลายระบบทั้งจิตใจ, สมอง, ไขสันหลัง, ระบบประสาทและหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงองคชาต, รวมทั้งฮอร์โมนเพศชาย ความผิดปกติของระบบใดระบบหนึ่ง จึงทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัว หรือโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศได สาเหตุของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมีดังนี้

ปัจจัยทางจิตใจ
พบว่าร้อยละ 10-30 ของผู้มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศมีปัญหาทางจิตใจ จึงขาดสิ่งกระตุ้นที่จะทำให้เกิดการแข็งตัว ปัญหาเหล่านี้ได้แก่ ความกลัว เช่น กลัวว่าจะไม่สามารถร่วมเพศได้ กลัวว่าอวัยวะเพศจะไม่แข็งตัว เมื่ออวัยวะไม่แข็งตัวก็ทำให้เกิดความกลัวมากขึ้น กลัวจะติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะโรคเอดส์ เป็นต้น รู้สึกผิดเกี่ยวกับเรื่องเพศ มีความเครียดหรือกังวลกับปัญหาเรื่องงานปัญหาเศรษฐกิจ หรือปัญหาครอบครัว

ปัญหาทางร่างกาย
มีสาเหตุทางกายหลายอย่างที่ทำให้เกิดโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ได้แก่

ความผิดปกติดทางระบบประสาท ถ้าเซลล์ประสาทที่ส่งสัญญาณหรือควบคุมการแข็งตัวขององคชาตถูกทำลายไม่ว่าโดยอุบัติเหตุหรือโรคภัยไข้เจ็บก็ทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัวได้ เช่น การบาดเจ็บต่อไขสันหลัง, การผ่าตัดต่อมลูกหมาก, เส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก เป็นต้น
ความผิดปกติของหลอดเลือด โรคที่ทำเกิดความผิดปกติของการไหลเวียนเลือดสู่องคชาต ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน, ไขในในเลือดสูง, การสูบบุหรี่ เป็นต้น
ความเสียหายต่อโครงสร้างขององคชาต ที่เกิดจากการบาดเจ็บ, การผ่าตัด หรือสาเหตุอื่นๆ
การขาดแคลนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ซึ่งมักพบในผู้สูงอายุหรือวัยชายวัยทอง
การใช้ยา ยาบางชนิดทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัว เช่น ยาขับปัสสาวะ, ยาคลายเครียด, ยารักษาโรคซึมเศร้า, ยารักษาโรค, ความดันโลหิตสูงบางชนิดที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนล่าง, ยากลุ่มต้านเบต้า,และ สุรา อย่างไรก็ตามผลของยามักเป็นชั่วคราวและกลับคืนสู่ปกติได้เมื่อหยุดใช้ยา ดังนั้น เมื่อพบแพทย์จึงต้องบอกถึงยาที่ใช้อยู่ด้วยเสมอ
การรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
เมื่อมีปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัวควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากโรคนี้สัมพันธ์กับผลของโรคบางโรค การบาดเจ็บ จากการรักษาทางยาหรือการผ่าตัดดังกล่าวมาแล้ว และมักมีปัจจัยหลายอย่างประกอบกันในปัจจุบันมีแนวทางการรักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศหลายทางด้วยกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุ

การรักษาปัจจัยทางจิตใจ ต้องได้รับการบำบัดทางจิตใจและจะได้ผลดีขึ้น ถ้าได้รับความร่วมมือที่ดีจากคู่ครอง การปฏิบัติต่อกันด้วยไมตรีจิต มีการเล้าโลม และกอดจูบกันโดยละเว้นจากการร่วมเพศสักระยะหนึ่ง เป็นการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ
การรักษาปัจจัยทางร่างกาย ต้องรักษาโรคที่เป็นสาเหตุงดสูบบุหรี่, งดสุรา ให้แพทย์เปลี่ยนยาที่ใช้ถ้ามีผลต่อการแข็งตัว ให้ฮอร์โมนทดแทนในรายที่ขาดฮอร์โมนเพศ tampo อาหารเสริมท่านชาย ในรายที่การรักษาข้างต้นไม่สามารถทำให้สมรรถภาพกลับสู่ปกติได้ อาจใช้ยาหรือเครื่องมือช่วยเพิ่มกระแสเลือดไปยังองคชาต หรือผ่าตัดสอดแกนในองคชาต ดังจะได้กล่าวรายละเอียดต่อไปนี้
การใช้ยาช่วยเพิ่มเลือดไปยังองคชาต ได้แก่
Sildenafil เป็นยารับประทานออกฤทธิ์เสริมการทำงานของสารที่ทำให้เลือดไหลเข้าสู่หลอดเลือดในองคชาต โดยยับยั้งเอนไซม์ที่ย่อยสลายสารดังกล่าว การใช้ยาชนิดนี้ต้องอาศัยการกระตุ้นทางเพศช่วยด้วยเสมอ ควรรับประทานยาก่อนร่วมเพศประมาณครึ่งชั่วโมงยานี้ไม่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางจึงไม่ใช่ยาปลุกกำหนัดอย่างที่เข้าใจกันผิดๆ ข้อห้ามที่สำคัญของยานี้ คือ ผู้ใช้ยาต้องไม่ไดกำลังใช้ยากลุ่มไนเตรต รวมทั้งยาที่สมีสารไนเตรตอยู่ เนื่องจากทำให้เสริมฤทธิ์กันเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ กรณีที่ใช้ยา Sildenafil แล้วมีอาการเจ็บหน้าอกภายใจ 24 ชั่วโมง จึงควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อแพทย์จะได้ไม่ให้ยาไนเตรตบรรเทาอาการเจ็บหน้าอกนั้น แม้ว่าครึ่งชีวิตของ Sildenafil จะสั้นกว่านั้นมากก็ไม่ควรเสี่ง
Alprostadil เป็นยาที่มีทั้งชนิดฉีดเข้าที่ช่ององคชาตและสอดทางท่อปัสสาวะ ช่วยให้เลือดไหลสู่หลอดเลือดในองคชาตมากขึ้นยานี้ออกฤทธิ์ได้โดยไม่ต้องอาศัยการกระตุ้นทางเพศ ผลข้างเคียง คือชนิดฉีดเข้าที่องคชาติอาจมีอาการแสบร้อน หรือปวดบริเวณที่ฉีดได้และชนิดสอดทางท่อปัสสาวะ อาจมีอาการแสบท่อปัสสาวะได้
การใช้อุปกรณ์สุญญากาศ ช่วยให้เลือดหลสู่องคชาตมากขึ้นจนแข็งตัว แล้วจึงใช้สายรัดโคนอวัยวะเพศไว้ ข้อที่สำคัญคือ ห้ามคาสายรัดไว้นานเกิน 30 นาที เนื่องจากจะขาดเลือดไปเลี้ยงมากเกินไป
การผ่าตัดสอดแกนในองคชาต มีที่ใช้น้อย และค่าใช้จ่ายสูง
ไม่ว่าจะใช้การรักษาแบบใด ต้องมีการให้ความรู้และความเข้าใจแก่คนไข้ด้วยเสมอ การรักษาจึงจะได้ผลดี ดังนั้นผู้ที่มีโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศจึงไม่ควรอับอาย หรือปิดบังจนเกิดปัญหาครอบครัวตามมา เพราะปัจจุบันความรู้ความเข้าใจและวิธีการรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศก้าวหน้าขึ้นมาก แพทย์สามารถแก้ปัญหาให้ท่านได้ tampo อาหารเสริมท่านชาย.

ครีมโสมยูริ สูตรบำรุงผิวขาวกระจ่างใส แถมอมชมพูนิดๆ ด้วยน้ำแครอท

Published / by admin

ครีมโสมยูริ สูตรบำรุงผิวขาวกระจ่างใส แถมอมชมพูนิดๆ ด้วยน้ำแครอท สำหรับเทคนิคผิวขาวที่เราจะมาแนะนำในวันนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคมีผิวขาวด้วยแครอท หนึ่งในผักที่มีวิตามินค่อนข้ามากและช่วยเปลี่ยนผิวขาวจากภายในสู่ภายนอก แนะนำว่าให้กินพวก แกงจืดบ่อยๆค่ะโดยใส่แครอทไปด้วยหรือเมนู อาหารอะไรก็แล้วแต่ที่เรานั้นอยากจะทำรับประทานแต่ให้ใส่แค่รอทเข้าไปด้วยเพราะแครอทนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในเทคนิคสร้างผิวขาวกระจ่างใสได้ง่าย สร้างผิวขาวจากภายในสู่ภายนอก สำหรับแครอทนั้นยังเป็นหนึ่งในผักที่มีประโยชน์และมีวิตามินต่อร่างกายค่อนข้างมาก แครอทเป็นผักที่มีวิตามินสูงพอๆกับผักชนิดอื่น รวมถึงยังกินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สามารถทำกินร่วมกับพวกเมนูอาหารคลีนก็ยังได้เมนูอาหารคลีนนั้นก็มีมากมายหลากหลายให้เรานั้นเลือก ทำอาหาร สำหรับอาหารคลีนนั้นยังช่วยลดความอ้วนได้ด้วย สิ่งสำคัญในการสร้างผิวขาวคือระยะเวลาและก็ควรจะต้องออกกำลังกายพักผ่อนให้เพียงพอ บำรุงด้วยครีมด้วย เช่นกัน การดูแลผิวพรรณของตัวเองด้วยแครอทไม่เพียงแต่ช่วยสร้างผิวขาว ยังทำให้เรานั้นมีสุขภาพที่ดีด้วยเพราะในแครอทนั้นยังสร้างภูมิต้านทานและเป็นการป้องกันโรคร้ายๆอย่างนึง สำหรับท่านใดที่อยากมีผิวขาวเราขอแนะนำว่าให้่่ท่านทานแครอทเยอะๆร่วมด้วยกับอีก 5 เทคนิคที่เรานั้นจะแนะนำต่อไปนี้ เป็นเทคนิคเล็กน้อยเข้าใจง่ายๆ ครีมโสมยูริ.

ครีมโสมยูริ

ครีมโสมยูริ ออกกำลังกาย ช่วยให้ขาวใสได้ yuri white cream
สำหรับการออกกำลังกายนั้นเป็นเสมือนการกระตุ้น เลือดในร่างกายให้ไหลเวียนได้ดีมากยิ่งขึ้นรวมถึงยังเป็นการดูแลสุขภาพและทำให้มีผิวขาวอย่างนึง

ทาครีมช่วยให้ผิวขาว ลดริ้วรอยได้
หาครีมที่ทาแล้วขาวจริง หรือแนะนำพวกวาสลีนเป็นครีมที่มีเนื้อหอม นุ่มและช่วยให้คุณนั้นมีผิวขาวกระจ่างใส ครีมโสมยูริ

สบู่โฟมครีมอาบน้ำช่วยให้ผิวกระจ่างใสได้
สำหรับสบู่โฟมหรือครีมอาบน้ำนั้นเป็นหนึ่งในการสร้างผิวขาวที่ดีอย่างนึง หากอยากผิวขาวแนะนำว่าให้ ถูสบู่ หรือใช้พวกครีมอาบน้ำบ่อยๆ

พอกผิวพอกหน้า ขัดผิว ช่วยให้ผิวใส ดูอ่อนกว่าวัยได้
การพอกผิวขาวนั้นเป็นหนึ่งในการพอกผิวขัดผิวให้ขาวที่ง่าย และเห็นผลเร็ว

พกร่มหรือใส่เสื้อแขนยาว ทาครีมกันแดด
แนะนำว่าก่อนออกจากบ้านใส่เสื้อแขนยาวหรือทาครีมกันแดดด้วย เพราะนอกจากจะช่วยให้เรานั้นมีผิวขาวกระจ่างใสได้แล้ว ยังเป็นการป้องกันแดดที่ดี

5 เทคนิคง่ายๆนี้ที่คุณนั้นก็สามารถทำได้ ไม่ยาก สำหรับท่านใดก็ตามที่อยากจะมีผิวขาวขอแนะนำเทคนิคง่ายๆ และก็ใช้เวลาไม่นานก็ขาวได้ ดื่มน้ำแครอท ร่วมกับ 5เทคนิครับลองจากดำกลายเป็นขาวแน่นอน……

4เทคนิคลับหน้าขาวใส พอกหน้าด้วยชาเขียว

ชาเขียวสามารถช่วยขับสารพิษและสิ่งสกปรกบนใบหน้าได้ และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระด้วย ชาเขียวมีสาร Polyphenol อยู่เยอะมาก มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ได้ดีกว่าวิตามิน E ถึง 15-20 เท่า !!! ถ้านำชาเขียวมาบำรุงผิวหน้า จะช่วยให้ผิวหน้าของคุณกระจ่างใส ฟื้นฟูและปรับสภาพผิวหน้าให้ขาวใสขึ้นได้

บำรุงผิวหน้าให้ขาว ด้วยชาเขียวนมสด

ส่วนผสม

ผงชาเขียว 1 ช้อนชา
นมสด 3 ช้อนโต๊ะ
สำลีก้อน หรือ สำลีแผ่น
ผงชาเขียว

วิธีทำชาเขียวนมสดเพื่อบำรุงผิวหน้า

นำผงชาเขียวผสมกับนมสด ให้เข้ากัน

วิธีใช้

นำสำลีก้อน หรือ สำลีแผ่น ชุบนํ้าชาเขียวนมสด มาถูทั้งใบหน้าเว้นรอบดวงตา และริมฝีปาก ทิ้งไว้ 10-25 นาที แล้วล้างออกด้วยนํ้าอุ่น

สูตรนี้จะช่วยขจัดสารพิษและสิ่งสกปรกบนผิวหน้าของคุณ ลดสิวอุดตันบนใบหน้า ผิวนุ่มชุ่มชื้น และปรับผิวให้ขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ขวดฉีดสเปรย์

ลดรอยเหี่ยวย่นด้วยชาเขียว

ส่วนผสม

ชาเขียว 2 ช้อนชา
นํ้าต้มสะอาด ครึ่งถ้วยตวง
สำลีก้อน หรือ สำลีแผ่น
ขวดฉีดสเปรย์
วิธีทำชาเขียวเพื่อลดรอยเหี่ยวย่น

นำชาเขียวไปชงกับนํ้าต้มเดือด ชงนาน 10 นาที แล้วพักไว้ให้เย็น กรองเอากากของชาเขียวทิ้งไป จะได้นํ้าของชาเขียวสำหรับพอกหน้าให้ขาวใส

วิธีใช้

นำสำลีก้อน หรือ สำลีแผ่น ชุบนํ้าชาเขียว มาถูทั้งใบหน้าเว้นรอบดวงตา และริมฝีปาก ทิ้งไว้ 10-25 นาที หรือ นำนํ้าชาเขียวใส่ขวดฉีดสเปรย์ เอาไปแช่เย็น

ใช้สำหรับฉีดพรมบนใบหน้าทุกเช้า – เย็น หรือหลังแต่งหน้าเสมือนเป็นสเปรย์นํ้าแร่ชาเขียว จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหน้า

สูตรนี้เหมาะสำหรับผิวหน้าที่หยาบกร้าน เหี่ยวย่นและแก่ก่อนวัย

นํ้าผึ้ง

ครีมพอกหน้าขาวใสด้วยชาเขียว

ส่วนผสม

ผงชาเขียว 1 ช้อนชา
กล้วยหอมครึ่งลูก
นํ้าผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
โยเกิร์ต 1 ช้อนโต๊ะ
มะนาวครึ่งลูก
วิธีทำครีมพอกหน้าขาวใสด้วยชาเขียว

นำผงชาเขียว กล้วยหอม นํ้าผึ้ง โยเกิร์ต และนํ้ามะนาว ผสมกันแล้วคนให้เข้ากัน

วิธีใช้

นำครีมพอกหน้าขาวใสด้วยชาเขียวมาทาทั้งใบหน้าและลำคอ เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก ทิ้งไว้ 10-25 นาที แล้วล้างออกด้วยนํ้าอุ่น

วิธีนี้ควรทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ทำเป็นประจำ ผิวจะเนียนขึ้น ผิวหน้าขาวผ่องใส มีออร่าใน 2 เดือน

อยากมีผิวเนียนสวย กระจ่างใสดุจมีออร่าเหมือนคนญี่ปุ่น กล้าท้าแดด ท้าลมได้อย่างไม่กลัวผิวเสีย ฟังทางนี้ !! “ไทยรัฐออนไลน์” ขอเผย 10 เคล็ดลับ สร้างมิติผิวสวยใสได้ง่ายๆ แบบฉบับสาวญี่ปุ่นยุคใหม่ ให้คุณได้อินกันเต็มที่…โดดเด่นจนใครๆ อิจฉา รับประกันความเวิร์กแน่นอน…

1. สาวญี่ปุ่นไม่ว่าจะแต่งหน้าสไตล์ไหนก็ขอโชว์ผิวใสๆ ไว้ก่อน เพราะฉะนั้นทุกเช้าคนญี่ปุ่นจึงดื่มน้ำอุ่น 4 แก้ว เพื่อดีท็อกซ์ร่างกายให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และยังเรียกความสดชื่นให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี
น้ำเปล่า

2. พบว่าคนญี่ปุ่นแทบจะ 99% โดยเฉพาะผู้หญิง มีใบหน้าใสแบบเด็กๆ จนเดาอายุกันไม่ถูกเลยทีเดียว นั่นเพราะคนญี่ปุ่นให้เวลาและใส่ใจกับการเช็ดเครื่องสำอางมากๆ เพราะสิ่งตกค้างจะทำให้รูขุมขนอุดตันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ และเมื่อสะสมไปนานๆ จะทำให้ใบหน้าเกิดริ้วรอยก่อนวัย สาวญี่ปุ่นจึงต้องพิถีพิถันเรื่องแต่งหน้าและการล้างเครื่องสำอางเป็นพิเศษ

3. สูตรผิวใสแบบญี่ปุ่น ฝานมะเขือเทศหนาๆ 1 ชิ้น มาถูทั่วใบหน้าและลำคอเบาๆ (ต้องล้างหน้าให้สะอาดก่อนนะ) ถูเน้นบริเวณที่มีสิวเสี้ยนประมาณ 5-10 นาที ให้รู้สึกว่าบริเวณที่ถูนั้นลื่นๆ และเรียบเนียน ครีมโสมยูริ จากนั้นใช้น้ำเย็นล้างหน้าให้สะอาด วิตามินซีและกรด AHA ในมะเขือเทศ จะช่วยลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกและกำจัดสิวเสี้ยนต่างๆ ไม่ให้อุดตันที่เป็นบ่อเกิดให้รูขุมขนกว้างขึ้น
ฝานมะเขือเทศถูใบหน้าและลำคอ

4. สาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ (เหมือนบ้านเรานั่นแหละ) เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตาและดวงตาอ่อนล้า จึงต้องทาอายครีมเป็นประจำและมาส์กสัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้ดวงตาชุ่มชื่น มีน้ำมีนวล และดูอิ่มเอิบมากขึ้น วิธีนี้ช่วยแก้ไขได้ดีนักแล…

5. วิธีดีท็อกซ์ง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ่น เพียงนอนแช่ในน้ำอุ่นสัก 10 นาที รูขุมขนจะเปิดกว้างพร้อมขับของเสียสิ่งสกปรกต่างๆ ออกมากับเหงื่อ (อย่างเช่น ขี้ไคล) และยังช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง มีเลือดฝาดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ดีท็อกซ์สไตล์ญี่ปุ่น

6. แทบไม่มีสาวญี่ปุ่นคนไหนที่ไม่กันคิ้ว เพราะการกันคิ้วจะทำให้ช่วงตาดูสดใส เปล่งประกายขึ้น เคล็ดลับในการกันคิ้วคือ ควรกันคิ้วหลังล้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่ขนคิ้วอ่อนนุ่มและกันคิ้วเฉพาะด้านล่างเท่านั้น เพราะการกันคิ้วด้านบนจะทำให้ใบหน้าดูเศร้า ไม่เชื่อ…ลองดูสิ !

7. เดี๋ยวนี้สาวญี่ปุ่นนิยมอาบแดดไม่แพ้ฝรั่ง หลังจากโดนแดดเผามาทั้งวันจึงทำให้ผิวตัวดูคล้ำขึ้น ขอแนะนำให้เอาสตรอเบอร์รี่มาปั่นพอหยาบๆ ผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติพอกไว้ตามร่างกายประมาณ 15 – 30 นาที แล้วล้างออก จะช่วยให้ผิวดูเนียนใสขึ้นเยอะเลยล่ะ (แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผิวขาวขึ้นมากหลังจากที่โดนแดดเผามาทั้งวันหรอกนะ)
สตรอเบอร์รี่ (นำมาปั่น)

โยเกิร์ตธรรมชาติ

8. เคล็ดลับสุขภาพดี เผยผิวดีจากภายในอยู่ที่การเลือกรับประทานอาหารที่รสไม่จัด รับประทานโปรตีนอย่างปลาและอาหารที่ทำจากถั่วเหลือง เช่น ซอสถั่วเหลือง เต้าหู้

9. คนญี่ปุ่นส่วนมากขัดผิวสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง นอกจากช่วยให้ผิวสะอาดเนียนนุ่มแล้ว ยังช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของน้ำเหลือง ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายเพิ่มขึ้นด้วย แต่ข้อระวังคืออย่าขัดผิวทุกวันหรือมากเกินสัปดาห์ละ 4 ครั้ง เพราะแทนที่ผิวจะนุ่มเรียบเนียน จะกลับเป็นแห้งกร้านเอาได้ เนื่องจากไม่มีเซลล์ผิวมาป้องกัน ! ครีมโสมยูริ.

nutroxsun สูตรพอกหน้าขาวใสด้วยโยเกิร์ต

Published / by admin

nutroxsun สูตรพอกหน้าขาวใสด้วยโยเกิร์ต โยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์จากนมโคสดที่แปรรูปด้วยกระบวนการหมักกับแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และยังมีกรดแลคติกที่เกิดจากกระบวนการหมักตามที่กล่าวขั้นต้น จนน้ำตาลแลคโตสในนมเปลี่ยนลักษณะไป ทำให้นมโคมีรสเปรี้ยวและกลายสภาพจากของเหลวเป็นลิ่มข้นๆ มีสรรพคุณช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยน ซึ่งเคล็ดลับความงามนี้ถูกค้นพบมานับพันปีแล้วโดยพระนางคลีโอพัตรา ด้วยการแช่น้ำนมสดจนทำให้พระนางคงความงดงาม สูตรการพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตนั้นง่ายนิดเดียวค่ะ เพียงแช่โยเกิร์ตรสธรรมชาติในตู้เย็นให้เย็นจัดๆ แล้วล้างหน้าให้สะอาด จากนั้นนำโยเกิร์ตมาทาให้ทั่วใบหน้า นวดอย่างเบามือ แล้วพักทิ้งไว้ 20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง ปฏิบัติอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง จะสังเกตถึงผลลัพธ์ใบหน้าที่ขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด nutroxsun.

nutroxsun

nutroxsun ทานอาหารเสริมผิวขาว นูทรอกซัน

ในเมล็ดองุ่นมีสารฟลาโวนอยด์ที่เรียกกันว่า “โปรแอนโธไซยานิดิน” เมื่อสารดังกล่าวมีการรวมตัวกันจะอยู่ในรูปของ “โอลิโกเมริค โปรแอนโธไซยานิดิน” เรียกกันย่อๆ ว่า OPC ซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีถึง 20 เท่า และมากกว่าวิตามินอีถึง 50 เท่า

ควรรับประทานวิตามินซีให้ได้ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ควบคู่ไปกับสารสกัดจากเมล็ดองุ่น สารทั้งสองชนิดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ให้ผลดีทั้งคู่ เนื่องจากสามารถช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติบนผิว เช่น ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ผิวหน้าจึงดูขาวกระจ่างใส และเมื่อทานควบคู่กันยังช่วยให้คอลลาเจนในชั้นผิวหนังแข็งแรงมากขึ้น ริ้วรอยแลดูจางลง และลดการทำงานของเอนไซม์ที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัยอีกด้วย nutroxsun

สิ่งที่เราควรรู้คือผิวของเราจะขาวได้มากที่สุดและปลอดภัยที่สุดได้เท่าผิวจากชาติพันธุ์ต้นกำเนิดของเรา ซึ่งแม้แต่ชาวแอฟริกันอเมริกันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสีผิวตนเองให้ขาวได้เท่าชาวอังกฤษ ดังนั้นผิวขาวที่ดีที่สุดสำหรับสาวไทยควรจะเป็นผิวที่ดูกระจ่างใส ไร้ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ซึ่งหากสามารถปฏิบัติตามเคล็ดลับดังกล่าวไปพร้อมๆ กับสุขอนามัยที่ดีอย่างเช่น การดื่มน้ำสะอาดวันละ 6 – 8 แก้ว นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละสามครั้ง หรือการรับประทานผักผลไม้จนเป็นนิสัยแล้ว คุณก็จะมีผิวหน้าที่ขาวขึ้นอย่างปลอดภัยได้ทันหนึ่งสัปดาห์ค่ะ

สูตรบำรุงผิวขาวกระจ่างใส แถมอมชมพูนิดๆ ด้วยน้ำแครอท

สำหรับเทคนิคผิวขาวที่เราจะมาแนะนำในวันนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคมีผิวขาวด้วยแครอท หนึ่งในผักที่มีวิตามินค่อนข้ามากและช่วยเปลี่ยนผิวขาวจากภายในสู่ภายนอก แนะนำว่าให้กินพวก แกงจืดบ่อยๆค่ะโดยใส่แครอทไปด้วยหรือเมนู อาหารอะไรก็แล้วแต่ที่เรานั้นอยากจะทำรับประทานแต่ให้ใส่แค่รอทเข้าไปด้วยเพราะแครอทนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในเทคนิคสร้างผิวขาวกระจ่างใสได้ง่าย สร้างผิวขาวจากภายในสู่ภายนอก สำหรับแครอทนั้นยังเป็นหนึ่งในผักที่มีประโยชน์และมีวิตามินต่อร่างกายค่อนข้างมาก แครอทเป็นผักที่มีวิตามินสูงพอๆกับผักชนิดอื่น รวมถึงยังกินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สามารถทำกินร่วมกับพวกเมนูอาหารคลีนก็ยังได้เมนูอาหารคลีนนั้นก็มีมากมายหลากหลายให้เรานั้นเลือก ทำอาหาร สำหรับอาหารคลีนนั้นยังช่วยลดความอ้วนได้ด้วย สิ่งสำคัญในการสร้างผิวขาวคือระยะเวลาและก็ควรจะต้องออกกำลังกายพักผ่อนให้เพียงพอ บำรุงด้วยครีมด้วย เช่นกัน การดูแลผิวพรรณของตัวเองด้วยแครอทไม่เพียงแต่ช่วยสร้างผิวขาว ยังทำให้เรานั้นมีสุขภาพที่ดีด้วยเพราะในแครอทนั้นยังสร้างภูมิต้านทานและเป็นการป้องกันโรคร้ายๆอย่างนึง สำหรับท่านใดที่อยากมีผิวขาวเราขอแนะนำว่าให้่่ท่านทานแครอทเยอะๆร่วมด้วยกับอีก 5 เทคนิคที่เรานั้นจะแนะนำต่อไปนี้ เป็นเทคนิคเล็กน้อยเข้าใจง่ายๆ

ออกกำลังกาย ช่วยให้ขาวใสได้
สำหรับการออกกำลังกายนั้นเป็นเสมือนการกระตุ้น เลือดในร่างกายให้ไหลเวียนได้ดีมากยิ่งขึ้นรวมถึงยังเป็นการดูแลสุขภาพและทำให้มีผิวขาวอย่างนึง

ทาครีมช่วยให้ผิวขาว ลดริ้วรอยได้
หาครีมที่ทาแล้วขาวจริง หรือแนะนำพวกวาสลีนเป็นครีมที่มีเนื้อหอม นุ่มและช่วยให้คุณนั้นมีผิวขาวกระจ่างใส

สบู่โฟมครีมอาบน้ำช่วยให้ผิวกระจ่างใสได้
สำหรับสบู่โฟมหรือครีมอาบน้ำนั้นเป็นหนึ่งในการสร้างผิวขาวที่ดีอย่างนึง หากอยากผิวขาวแนะนำว่าให้ ถูสบู่ หรือใช้พวกครีมอาบน้ำบ่อยๆ

พอกผิวพอกหน้า ขัดผิว ช่วยให้ผิวใส ดูอ่อนกว่าวัยได้
การพอกผิวขาวนั้นเป็นหนึ่งในการพอกผิวขัดผิวให้ขาวที่ง่าย และเห็นผลเร็ว

พกร่มหรือใส่เสื้อแขนยาว ทาครีมกันแดด
แนะนำว่าก่อนออกจากบ้านใส่เสื้อแขนยาวหรือทาครีมกันแดดด้วย เพราะนอกจากจะช่วยให้เรานั้นมีผิวขาวกระจ่างใสได้แล้ว ยังเป็นการป้องกันแดดที่ดี

5 เทคนิคง่ายๆนี้ที่คุณนั้นก็สามารถทำได้ ไม่ยาก สำหรับท่านใดก็ตามที่อยากจะมีผิวขาวขอแนะนำเทคนิคง่ายๆ และก็ใช้เวลาไม่นานก็ขาวได้ ดื่มน้ำแครอท ร่วมกับ 5เทคนิครับลองจากดำกลายเป็นขาวแน่นอน……

4เทคนิคลับหน้าขาวใส พอกหน้าด้วยชาเขียว

ชาเขียวสามารถช่วยขับสารพิษและสิ่งสกปรกบนใบหน้าได้ และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระด้วย ชาเขียวมีสาร Polyphenol อยู่เยอะมาก มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ได้ดีกว่าวิตามิน E ถึง 15-20 เท่า !!! ถ้านำชาเขียวมาบำรุงผิวหน้า จะช่วยให้ผิวหน้าของคุณกระจ่างใส ฟื้นฟูและปรับสภาพผิวหน้าให้ขาวใสขึ้นได้

บำรุงผิวหน้าให้ขาว ด้วยชาเขียวนมสด

ส่วนผสม

ผงชาเขียว 1 ช้อนชา
นมสด 3 ช้อนโต๊ะ
สำลีก้อน หรือ สำลีแผ่น
ผงชาเขียว

วิธีทำชาเขียวนมสดเพื่อบำรุงผิวหน้า

นำผงชาเขียวผสมกับนมสด ให้เข้ากัน

วิธีใช้

นำสำลีก้อน หรือ สำลีแผ่น ชุบนํ้าชาเขียวนมสด nutroxsun มาถูทั้งใบหน้าเว้นรอบดวงตา และริมฝีปาก ทิ้งไว้ 10-25 นาที แล้วล้างออกด้วยนํ้าอุ่น

สูตรนี้จะช่วยขจัดสารพิษและสิ่งสกปรกบนผิวหน้าของคุณ ลดสิวอุดตันบนใบหน้า ผิวนุ่มชุ่มชื้น และปรับผิวให้ขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ขวดฉีดสเปรย์

ลดรอยเหี่ยวย่นด้วยชาเขียว

ส่วนผสม

ชาเขียว 2 ช้อนชา
นํ้าต้มสะอาด ครึ่งถ้วยตวง
สำลีก้อน หรือ สำลีแผ่น
ขวดฉีดสเปรย์
วิธีทำชาเขียวเพื่อลดรอยเหี่ยวย่น

นำชาเขียวไปชงกับนํ้าต้มเดือด ชงนาน 10 นาที แล้วพักไว้ให้เย็น กรองเอากากของชาเขียวทิ้งไป จะได้นํ้าของชาเขียวสำหรับพอกหน้าให้ขาวใส

วิธีใช้

นำสำลีก้อน หรือ สำลีแผ่น ชุบนํ้าชาเขียว มาถูทั้งใบหน้าเว้นรอบดวงตา และริมฝีปาก ทิ้งไว้ 10-25 นาที หรือ นำนํ้าชาเขียวใส่ขวดฉีดสเปรย์ เอาไปแช่เย็น

ใช้สำหรับฉีดพรมบนใบหน้าทุกเช้า – เย็น หรือหลังแต่งหน้าเสมือนเป็นสเปรย์นํ้าแร่ชาเขียว จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหน้า

สูตรนี้เหมาะสำหรับผิวหน้าที่หยาบกร้าน เหี่ยวย่นและแก่ก่อนวัย

นํ้าผึ้ง

ครีมพอกหน้าขาวใสด้วยชาเขียว

ส่วนผสม

ผงชาเขียว 1 ช้อนชา
กล้วยหอมครึ่งลูก
นํ้าผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
โยเกิร์ต 1 ช้อนโต๊ะ
มะนาวครึ่งลูก
วิธีทำครีมพอกหน้าขาวใสด้วยชาเขียว

นำผงชาเขียว กล้วยหอม นํ้าผึ้ง โยเกิร์ต และนํ้ามะนาว ผสมกันแล้วคนให้เข้ากัน

วิธีใช้

นำครีมพอกหน้าขาวใสด้วยชาเขียวมาทาทั้งใบหน้าและลำคอ เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก ทิ้งไว้ 10-25 นาที แล้วล้างออกด้วยนํ้าอุ่น

วิธีนี้ควรทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ทำเป็นประจำ ผิวจะเนียนขึ้น ผิวหน้าขาวผ่องใส มีออร่าใน 2 เดือน

เมื่อพูดว่า “ผิวขาว” เชื่อเลยค่ะว่าคุณผู้หญิงทั้งหลายนั้นคงต้องถึงกับชะงักงันในคำพูดนี้กันเลยทีเดียว และเมื่อเราพูดว่าเรามีวิธีทำให้ผิวขาวขึ้นได้ด้วยละคะ คุณผู้หญิงทั้งหลายกำลังจะนึกถึงอะไรกันบ้างเอ่ย… แน่นอนคะว่าผู้หญิงไทยอย่างเราหรือใครก็อยากมีผิวขาวด้วยกันทั้งนั้นและวันนี้เราก็มีหลากหลายวิธีในการทำผิวของคุณนั้นขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแบบไม่อันตรายมาฝากกันด้วยค่ะ nutroxsun.

ivory caps การพอกหน้าด้วยทานาคาเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยทำความสะอาดผิวหน้า

Published / by admin

ivory caps การพอกหน้าด้วยทานาคาเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจด ขจัดสิ่งสกปรกบนหน้า ดูดซับความมันบนใบหน้าและยังลดการเกิดแบคทีเรียต้นเหตุของการเกิดสิว ช่วยบำรุงผิวหน้าทำให้หน้าขาวสดใสไม่หมองคล้ำ หลายคนฟังแล้วอาจจะงง “คานาทา” คืออะไร ทำไมต้องนำทานาคามาพอกหน้าด้วย ทานาคาช่วยให้หน้าขาวได้จริงหรือไม่ และประโยชน์ของทานาคาคืออะไร เราจึงนำความรู้มาฝากค่ะ ทานาคา (Tanaka) มีต้นกำเนิดจากประเทศพม่า เป็นสมุนไพรซึ่งนำเปลือกไม้ทานาคามาใช้พอกหน้า เนื้อไม้ทานาคาจะมีเนื้อแข็ง มีกลิ่นหอมเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ ลักษณะเป็นผงสีเหลืองเหมือนกับขมิ้นบ้านเราแต่สีอ่อนกว่านิดหน่อย สาวพม่านิยมนำท่อนไม้ทานาคา ฝนกับแผ่นหิน แล้วเจือด้วยด้วยน้ำเล็กน้อย ทาที่ใบหน้า และส่วนต่างๆของร่างกาย เพื่อบำรุงผิวหน้า ป้องกันแสงแดด และช่วยรักษาสิวได้ดี homemade face mask สูตรทานาคาหน้าขาวใสไร้สิว ivory caps.

ivory caps

ivory caps ประโยชน์ของทานาคาที่มีต่อผิวหน้า ไอวอรี่แคป

ช่วยให้ที่ผิวหมองคล้ำ ให้ขาวใสได้ เพราะเป็นสมุนไพรจากธรรมชาติ
ช่วยชะลอความแก่ชราของผิวพรรณได้เป็นอย่างดี
ทานาคามีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดริ้วรอยร่องลึกได้ดี ผิวหน้าจึงดูอ่อนกว่าวัย
สรรพคุณทานาคาเป็นสมุนไพรรักษาสิวและความมันของใบหน้า
ช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนัง ผดผื่นคัน
ช่วยฆ่าเชื้อแบคที่เรีย ivory caps
สามารถรักษา ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยสิว ให้หายได้อย่างชัดเจน
ทานาคาสามารถป้องกันแสงแดดได้ คนพม่านิยมทาที่ใบหน้าช่วงกลางวันเพื่อป้องกันแสงแดด
ช่วยระงับกลิ่นตามร่างกาย
อ่านสรรพคุณของทานาคาประโยชน์เยอะจริง ก็มาถึงสูตรการพอกหน้าขาวด้วยทานาคากันเลย

วัตุดิบที่ต้องเตรียมก่อนพอกหน้าด้วยทานาคา

ผงทานาคา 1 ช้อนชา
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาด 1 ช้อนชา

วิธีพอกหน้าขาวด้วยทานาคา

นำส่วนผสมข้างบน ผงทานาคา + น้ำผึ้ง + น้ำสะอาด ivory caps ผสมและคลุกเคล้าให้เข้ากัน
นำส่วนผสมที่ได้มาพอกหน้าไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือด้วยโฟมล้างหน้า และสามารถบำรุงผิวหน้าได้ตามปกติ
homemade face mask สูตรทานาคาหน้าขาวใสไร้สิว

หาซื้อทานาคาได้ที่ไหน

ร้านค้าทั่วไป และ 7-ELEVEN
ในอินเตอร์เนต
ร้านขายของสมุนไพรไทย
หากพอกหน้าเป็นประจำด้วยทานาคาสมุนไพรจากธรรมชาติ ช่วยให้ปรับผิวหน้าที่หมองคล้ำให้ผิวขาวใสได้ ระชับรูขุมขนให้เล็กลง และยังช่วยลดความมันบนใบหน้าทำหน้าไม่เป็นสิว สูตรพอกหน้าด้วยทานาคายังช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่น ผิวคุณจะรู้สึกเนียนนุ่มตั้งแต่ครั้งแรกที่พอกหน้า เราว่าสิ่งที่ได้จากธรรมชาติย่อมดีต่อผิวเสมอ ปลอดภัยต่อผิวหน้าขนาดนี้ขอแนะนำให้เป็นสูตรเด็ดประจำตัวไปเลยค่ะ ivory caps.

พลูคาว รูปแบบและวิธีการใช้สมุนไพรคาวทอง หรือพลูคาว

Published / by admin

พลูคาว รูปแบบและวิธีการใช้สมุนไพรคาวทอง หรือพลูคาว 1. วัณโรคปอด อาเจียนเป็นเลือด หรือมีหนองปน – ใช้ต้นพลูคาวแห้ง รากเทียนฮวยฮุ่ง (Trichosanthes Kirilowii Maxim) เจ็กแปะเฮี๊ยะ (Biotaorientalis Endl.) แห้ง อย่างละ 15 กรัม ต้มน้ำดื่ม
– หรือ ใช้ต้นสดพลูคาว 30 กรัม คั้นเอาน้ำดื่มกับผักกาดดอง วันละ 2 ครั้ง 2. ปอดอักเสบ มีหนองในช่องปอด – ใช้ต้นแห้ง 30 กรัม กิ๊กแก้ (Platycodon grandiflorum A.DC.) รากแห้ง 15 กรัม ต้มน้ำหรือบดเป็นผงผสมน้ำดื่ม 3. มะเร็งที่ปอด- ใช้ต้นแห้ง 18 กรัม ตังขุ่ยจี้ (Malva verticillata L.) แห้ง 30 กรัม เหง้ายาหัว (Smilax glabra Roxb.) แห้ง 30 กรัม กะเม็งตัวเมีย (Eclipta prostrata L.) และ ปวงเทียงขิ่มเล้า (Cyathea spinulosa Wall.) ทั้งต้นแห้งอย่างละ 18 กรัม และชะเอม 5 กรัม ต้มน้ำดื่ม 4. เป็นหวัด หลอดลมอักเสบ- ใช้ต้นแห้ง เปลือกต้นเถ่าป๊ก (Magnolia officinalis Rehd. et Wils.) แห้ง ผสมเหลี่ยงเคี้ยว (Forsythia suspensa Vahl.) แห้ง อย่างละ 10 กรัม บดเป็นผง และยอดต้นหม่อน (Morus alba L.) สด 30 กรัม ต้มเอาน้ำ ชงยาผงนี้ ดื่ม พลูคาว.

พลูคาว
พลูคาว 5. เป็นโรคปอด ไอ มีเหงื่อออกมาก
– ใช้ต้นสด 60 กรัม ใส่ในกระเพาะอาหารหมู ตุ๋นรับประทาน วันละชุดติดต่อกัน 3 วัน พลูคาว สมุนไพรคุณสัมฤทธิ์
6. เป็นบิด
– ใช้ต้นสด 20 กรัม เถ้าจากผลซัวจา (Crataegus pinnatifida Bge. var. Major N.E.Br) 6 กรัม ต้มเอาน้ำ ผสมน้ำผึ้งดื่ม
7. หนองใน ตกขาวมากผิดปกติ
– ใช้ต้นสด 25-30 กรัม ต้มน้ำดื่ม
8. ริดสีดวงทวาร
– ใช้ต้นสด ต้มน้ำดื่ม จิบตามด้วยเหล้าเล็กน้อย แล้วเอากากพอก ให้รับประทานยานี้ติดต่อกัน 3 วัน หัวริดสีดวงจะค่อยๆ ยุบไป
9. โพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง พลูคาว
– ใช้ต้นสด คั้นเอาน้ำหยอดจมูกวันละหลายๆ ครั้ง และใช้ต้นสด 21 กรัมต้มน้ำดื่มด้วย
10. ฝีบวมอักเสบ
– ใช้ต้นแห้ง บดเป็นผง ผสมน้ำผึ้งพอกฝีที่ยังไม่มีหนอง จะยุบหายไป ฝีที่มี่หนองก็จะเร่งให้หนองออกเร็วขึ้น
11. ฝีเนื้อร้าย (Furancle)
– ใช้ต้นสดตำพอก จะปวดอยู่ 1-2 ชั่วโมง อย่าเอายาออก พอกยา 1-2 วัน อาการอักเสบลดลงและค่อยๆ หายไป
12. ผื่นคันที่อวัยวะเพศ ฝีที่บริเวณก้น
– ใช้ต้นสดต้มเอาน้ำชะล้าง
13. งูพิษกัด
– ใช้ต้นสด ใบชุ่ยฉิ่วเฮี๊ยะ (Sophora japonica L.) สด เมล็ดชุมเห็ดไทย อย่างละเท่าๆ กัน ตำพอก
14. ผื่นคัน
– ใช้ต้นสด ตำพอก

องค์ประกอบทางเคมีของพลูคาว หรือคาวทอง

จากการศึกษาองค์ประกอบในน้ำมันหอมระเหยจากส่วนเหนือดินของพลูคาวโดยการกลั่นด้วยไอน้ำ พบว่าประกอบไปด้วยสารที่เป็นองค์ประกอบหลัก 3 ชนิด คือ capryl aldehyde, 2-undecanone และ lauryl aldehyde โดยปริมาณของสารในน้ำมันหอมระเหยที่พบในพลูคาวจากแต่ละท้องถิ่นนั้นมีองค์ประกอบเหมือนกัน แต่พบในสัดส่วนปริมาณที่แตกต่างกัน ดังมีรายงานปริมาณของ capryl aldehyde และ lauryl aldehyde ที่พบในประเทศไทย พลูคาว มีปริมาณมากกว่าที่พบในประเทศญี่ปุ่น
ส่วนพลูคาวที่ปลูกในประเทศญี่ปุ่นมีปริมาณของ 2-undecanone มากกว่าพลูคาวที่ปลูกในประเทศไทย การที่สารในน้ำมันหอมระเหยมีสัดส่วนของปริมาณที่แตกต่างกันอาจเนื่องมาจากสภาพแวดล้อม พื้นที่ สภาพอากาศที่แตกต่างกัน จากคุณสมบัติของพลูคาวในการต้านเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุการเกิดโรคต่างๆ ของคน จึงได้มีการทดลองนำพลูคาวมาใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร โดยเฉพาะการนำมาควบคุมเชื้อสาเหตุโรคพืช โดยพบว่าสารคาพริลแอลดีไฮด์ (capryl aldehyde) ซึ่งได้จากการสกัดใบพลูคาวที่สกัดด้วยไดคลอโรมีเทนซึ่งเป็นตัวทำละลายไม่มีขั้ว สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อรา Cladosporium cladosporioides และ Colletotrichum gloeosporioides ในห้องปฏิบัติการได้
นอกจากนี้การใช้สารสกัดจากใบพลูคาวโดยใช้ตัวทำละลายชนิดมีขั้ว คือ เมทธานอล ความเข้มข้น 50 และ 100 เปอร์เซ็นต์ และเอทธานอล 95 เปอร์เซ็นต์ พบว่าสารออกฤทธิ์ที่ตรวจพบเป็นสารประกอบพวกกรดเมทธิลเอสเทอร์ และนอกจากนี้การนำมาประยุกต์ใช้โดยการแช่ใบในเหล้าขาว 35 ดีกรี ก่อนนำมาแยกกากออก พบว่าสารสกัดหยาบสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อรา Alternaria brassicicola และเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides ได้ผลดีเช่นกัน แต่สารออกฤทธิ์ที่ได้จากการสกัดด้วยตัวทำละลายที่มีขั้วนั้นค่อนข้างจะไม่เสถียรหากถูกทิ้งไว้นานๆ เนื่องจากมีโอกาสถูกออกซิไดซ์โดยออกซิเจนในอากาศได้ง่าย และจะเสื่อมคุณสมบัติไปในที่สุด ดังนั้นการนำมาใช้ประโยชน์ควรนำมาใช้ทันทีเช่นการใช้ฉีดพ่นเพื่อยับยั้งเชื้อโรคหรือใช้สำหรับแช่เพื่อกำจัดเชื้อที่ติดมากับท่อนพันธุ์ หรือต้นกล้า
ข้อควรระวังในการใช้พลูคาว หรือคาวทอง

การรับประทานมากเกินไป จะทำให้อาเจียนได้ หรือถ้านำมาใช้ภายนอกในปริมาณที่มากเกินไป ก็จะทำให้เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนังทำให้เป็นแผลพองได้ พลูคาว.